อานิสงส์แห่งการสวดมนต์

©2016 •田名栗ッ Thanks Visitors to Thailand

ละชั่วพ้นกรรม

เพียรละชั่วมีผลให้พ้นกรรม

ขนาดอักษร + เพิ่มขึ้น | + เล็กลง

"...คนเราย่อมมีศัตรูของชีวิต หรือมีสนิมของชีวิตอยู่รอบด้านจากตัวเอง เพราะความมักได้ ความมักโกรธ ความมักหลงก็มี จากความเลวทรามของคนอื่นก็มี จากสิ่งแวดล้อมที่ยั่วยุให้เกิดความคิดชั่วก็มี ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเคราะห์ร้ายทั้งนั้น
เคราะห์ร้ายก็เหมือนคนร้าย ถ้าใครระวังตัวเป็นประจำ คนร้ายก็ทำร้ายไม่ได้ ใครขาดความระมัดระวังตัวก็ถูกทำร้ายง่าย เคราะห์ร้ายก็เช่นเดียวกัน จะทำร้ายคนที่ระวังตัวได้ยาก แต่ทำร้ายคนที่ไม่ระวังตัวทุกเมื่อ
ความปลอดภัยจากเคราะห์ร้ายทั้งปวง จึงอยู่ที่ความรู้จักระวังตัว ระวังความคิด ระวังการพูด ระวังทั่วไป ดังคำที่กล่าวไว้ว่า อยู่คนเดียว ระวังความคิด อยู่กับมิตร ระวังปาก อยู่กับคนหมู่มาก ระวังรอบด้าน... " หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

หลักธรรมของพระพุทธองค์บทหนึ่ง ซึ่งสอนวิธีการดำเนินชีวิตให้มีความปลอดภัยทุกๆด้าน มีคำเรียกขานในภาษาธรรมว่า ปธาน แปลว่า ความเพียรอันควรตั้งไว้เป็นหลักของใจ ท่านว่าไว้มี ๔ อย่างคือ

  1. สังวรปธาน เพียรระวังบาปไม่ให้เกิดขึ้นในสันดาน ด้วยการสำรวมระวังสิ่งต่างๆ ที่ผ่านมาทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่ให้ยินดีในสิ่งที่ชอบจนเกินไป และไม่ให้ยินร้าย คือ ไม่ทุกข์ใจในสิ่งที่ชังจนเกินควร เป็นต้น
  2. ปหานปธาน เพียรละบาปที่เกิดขึ้นแล้วนั้น ด้วยการลด ละ เลิกทำ พูด คิด ในสิ่งที่เป็นความชั่วร้ายทั้งหลาย ให้ห่างหายออกไปจากตัวจากใจให้ได้
  3. ภาวนาปธาน เพียรทำกุศลให้เกิดขึ้นในจิตใจ ด้วยการให้ทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา เพื่อละความชั่วตามข้อ ๒
  4. อนุรักขนาปธาน เพียรรักษาความดีที่มีอยู่แล้วไม่ให้เสื่อมไป ด้วยการทำความดีในข้อ ๓ เรื่อยไป ไม่เบื่อหน่ายท้อแท้ แม้ว่าความดีนั้นจะยังไม่ส่งผลทันที เป็นต้น

ถ้าชาวพุทธทุกคนดำรงตนตามพุทธดำรัสนี้ ย่อมหลีกหนีกรรมชั่วได้อย่างแน่นอน ดังมงคลธรรมคำสอนที่หลวงพ่อจรัญ กล่าวไว้ว่า
"คนดี คือ คนที่ปฏิบัติธรรม คนที่ทำความดีไว้ ถึงจะแก่ก็ชื่อว่าแก่ดี ถึงจะตายก็ชื่อว่าตายดี รีบทำความดีให้ชีวิตเสียแต่วันนี้เถิด ให้เหมือนมีดที่มันผุกร่อนไปด้วยอายุการใช้งาน ย่อมดีกว่าผุกร่อนไปเพราะสนิมกิน"

รู้ทันกรรมแก้ไขกรรมได้ทันเวลา

ขอเจริญพรท่านสาธุชนคุณโยมหญิงโยมชายทั้งหลาย

วันนี้ ถือเป็นวันมิ่งขวัญมงคลต่อท่านผู้มีใจเป็นบุญกุศล ที่เรามารวมกันวันนี้ ก็เพื่อจะบำเพ็ญกุศลแก่ชีวิต ระลึกเหตุการณ์ชีวิตที่ผ่านมาเพราะวันเวลามันผ่านไปเร็วมาก ไม่จำเป็นต้องกล่าวเฉพาะวันเวลามันเร็ว ชีวิตก็ผ่านไปเร็ว มันรวดเร็วเหลือเกิน จนบางครั้งจิตใจของเราก็สับสน มีเรื่องนั้นเรื่องนี้เข้ามาแทรกในจิต มีทั้งเรื่องดีและร้ายมาสุมใจ

นี่เป็นเพราะอะไร ? เพราะเราไม่เข้าใจในเรื่องวิธีการของชีวิต ชีวิตมันจึงผิดพลาดทุกเวลา ผิดพลาดเพราะควบคุมจิตของตนไว้ไม่ได้ด้วยเหตุที่จิตมันเหมือนกระแสไฟฟ้า เร็วยิ่งกว่าเครื่องบิน เราจึงต้องคิดอ่านอารมณ์อยู่ตลอดรายการ หากไม่ฝึกกรรมฐานคิดอ่านอารมณ์ไว้ก็ไม่อาจดำรงตนเป็นคนดีของครอบครัว ของสังคมได้ แล้วทำอย่างไรจะแก้ไขปัญหาชีวิตไม่ให้ผิดพลาดนั้น ทั้งชาววัด ชาวบ้านก็ต้องช่วยกัน

สร้างสถาบันทางสังคมให้เข้มแข็ง เป็นแรงพลังเพิ่มคุณค่าราคาคน

ท่านทั้งหลาย คำสอนของพระพุทธเจ้านั้น ดีทุกกระเบียดนิ้วแต่คนเราไม่ดี เพราะไม่ปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ สร้างแต่ปัญหาแก่ครอบครัว แก่สังคม สังคมจึงอยู่รอดปลอดภัยไม่ได้ แก้ปัญหาไม่ได้ คนเราจะไปรอดปลอดภัย ทำอะไรถูกที่ถูกทาง คนต้องปฏิบัติธรรม
สมัยนี้ คนเรียนสูงกันจนถึงปริญญาเอก โลกก็เจริญก้าวหน้าไปไกลแต่จิตใจคนตามโลกไม่ทัน จิตใจล้าหลัง จึงสร้างปัญหาที่เลวทรามในครอบครัว ในสังคม และยังพูดกันว่าเศรษฐกิจตกต่ำ "อาตมาคิดว่า ราคาคนก็ตกต่ำคนหมดราคาแล้ว มาช่วยกันทำราคาของคนให้สูงหน่อยได้ไหม ให้ตัวเองมีคุณภาพดีอย่าไร้คุณภาพอย่าขาดศีลธรรม" ท่านทั้งหลายมีความคิดประการใด ที่ช่วยเหลือประเทศชาติโปรดช่วยกันอย่างจริงจัง โดยช่วยกันทำสถาบันทางสังคมให้เข้มแข็ง สถาบันที่สำคัญของสังคมมี ๓ คือ ๑.บ้าน ๒.วัด ๓.โรงเรียน

บ้านจุดเริ่มต้นสำคัญการแก้ไขปัญหาสังคม

สถาบันครอบครัว หรือบ้าน เป็นสถาบันสำคัญที่จะต้องแก้ไขตั้งแต่เริ่มต้น พ่อแม่ต้องรักลูก คิดปลูกฝัง คิดตั้งต้นให้ลูกได้มีการศึกษาให้ได้ดีมีปัญญาเป็นคนดีมีวิชา สร้างให้ลูกเป็นคนดีให้ได้
พ่อแม่ต้องรู้จักแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะคนเป็นแม่ซึ่งเป็นภรรยา แม้สามีเจ้าชู้ เล่นการพนัน ไม่สามารถเป็นแบบอย่างแก่ลูก แต่แม่ทำดีให้ลูกดู แผ่เมตตาให้สามี ลูกจะดีทุกคน ถ้าแม่ดีคนหนึ่ง รับรองไปรอด ดังคำที่ว่า กันอยู่ที่แม่ แก้อยู่ที่พ่อ ก่ออยู่ที่ลูก ปลูกอยู่ที่ครู ความรู้อยู่ที่ศิษย์ จะได้เป็นมิตรกัน
หากพ่อแม่ไม่ดีทั้งคู่ ลูกจะก่อเรื่องให้พ่อแม่เดือดร้อน จะไม่เชื่อฟังพ่อแม่ แต่ถ้าพ่อแม่ดี ลูกจะก่อวิชาให้พ่อแม่ ลูกจะเรียนเก่ง เร่งก้าวหน้า ไม่เถียงพ่อแม่ ถ้าสวดมนต์เป็นนิจ อธิษฐานจิตเป็นประจำ อโหสิกรรมก่อนแผ่เมตตา ครอบครัวนั้นไปรอด โดยเฉพาะคนที่เป็นแม่ ต้องเป็นแม่แบบ แม่แผน แม่แปลนของลูกให้ได้ สามีจะดีชั่วไม่เป็นไร เพราะถ้าสามีดีแต่ภรรยาไม่ดี รับรองลูกดีไม่ได้ เพราะลูกผูกพันกับแม่มากกว่าพ่อ แบบแผนที่จะให้กับลูกจากแม่ก็มีมากกว่าพ่อ

วัดแหล่งเพาะบ่มฝึกหัดขัดเกลาอัธยาศัย

สถาบันวัด เป็นอย่างไร ? สมัยก่อนจะมีครอบครัว สามีจะมีภรรยาต้องไปบวช ไปหาวิชาก่อน ถ้าไม่มีความรู้คู่คุณธรรมมาก่อน เขาจะไม่ยกลูกสาวให้ เมื่อร้อยกว่าปีนี้ไม่มีโรงเรียน ต้องไปเรียนในวัด วัดจึงเป็นมหาวิทยาลัยเป็นอุทยานทางการศึกษา
มีทั้งเรียนวิชาการปกครอง เศรษฐศาสตร์ ศิลปหัตถกรรม ตลอดจนกระทั่งตำรับตำราพิชัยสงคราม ดนตรี ดีดสี ตีเป่า ทุกอย่างล้วนออกจากวัด ผิดกับปัจจุบันนี้ มีแต่ผ้าเหลืองน้อยห้อยหู
ทำไมถึงเรียก ผ้าเหลืองน้อยห้อยหู แต่ก่อนบวชอย่างน้อยต้อง ๑ พรรษา ศึกษาพระธรรมวินัย ศิลปวิทยาวิชาชีพในวัด ได้วิชาความรู้แล้วลาเพศไปสร้างครอบครัวครองรักครองเรือน สร้างความดี เดี๋ยวนี้ บวช ๗ วัน ๑๕ วัน ไม่ได้ธรรมะเลย ก็ไปสร้างครอบครัว นี่แหละผ้าเหลืองน้อยห้อยหู สึกไปปกครองตนก็ไม่ได้ แก้ปัญหาชีวิตก็ไม่ได้
คนบวชไม่ถึงเดือนวันอัมพวันไม่รับ ไม่ใช่บวชกล้วย บวชฟักทอง แต่เป็นพวกบวชลับ บวชลอง บวชครองประเพณี บวชหนีสงสาร บวชผลาญข้าวสุก บวชสนุกตามเพื่อน บวชหนีอกหัก บวชหลักลอย บวชคอยงาน บวชสังขารเสื่อม บวชเพราะเมียไล่ไปบวช แต่มันต้องบวชด้วยความเลื่อมใสศัทธาในพระศาสนา ถึงจะได้มรรคได้ผล

โรงเรียนนำผู้เรียนเข้าวัดขจัดปัญหาได้

สถาบันโรงเรียน ปัจจุบันมีปัญหาเกิดขึ้นมากมายในโรงเรียน ผู้สร้างปัญหาก็มีทั้งครูและนักเรียน ปัญหายาเสพติด ปัญหาทางเพศ ปัญหาการลงโทษรุนแรง โรงเรียนสามารถทำให้เด็กดีก็ได้ ทำให้เด็กไม่ดีก็ได้ เกิดกันตามอัธยาศัย วัดกับโรงเรียนจึงควรร่วมมือกัน
เมื่อคืนนี้โรงเรียนที่ชัยนาทมาขอเข้ารับอบรม อาตมาก็ช่วยตลอด ให้ทุนการศึกษา กองทัพบกไปปฏิบัติธรรมเงินไม่มี อาตมาออกให้ ไปตั้งศูนย์เวฬุวันที่จังหวัดขอนแก่น ตำรวจกองบัญชาการภาค ๔ ก็ขอไปปฏิบัติ เป็นนักเรียนตำรวจไปปฏิบัติธรรม ๑,๒๐๐ คน เห็นไหมว่าวัดได้ทำประโยชน์ช่วยเหลือการปฏิบัติธรรมของประชาชน "สถาบันโรงเรียนหลายแห่งนำนักเรียนเข้าวัดปฏิบัติธรรมฝึกให้สวดมนต์สมาธิ ปรากฎผลทำให้การเรียนดีขึ้น ความประพฤติก็ดีขึ้น มีความกตัญญูต่อพ่อแม่" ถ้าโรงเรียนให้ความสนใจ ในการนำนักเรียนเข้าวัดปฏิบัติธรรม คงจะช่วยลดปัญหานักเรียนเกเรได้มากทีเดียว ขอฝากท่านทั้งหลายไว้ว่า สถาบันครอบครัว สถาบันโรงเรียน มีความสำคัญในอันที่จะสร้างให้เยาวชนเป็นคนดีในสังคมได้ โดยมีสถาบันวัด ให้ความสนับสนุน

ต้นไม้ ระวังเพลี้ยกินใบ
จิตใจต้องระวังอย่าให้ความชั่วเกาะกิน

ท่านทั้งหลาย ต้นหมากรากไม้ ต้องรดน้ำที่รากถึงจะได้ผลที่ยอด คนเราสมัยนี้ ไม่รู้เหตุการณ์ของชีวิต เลยไปรดน้ำที่ยอดต้นไม้หวังจะให้มันออกผลไวๆ ก็คงเป็นไปได้ยาก ฉะนั้น ความดีทำได้ยากต้องรดน้ำที่ราก คือ จิตใจ ใส่ปุ๋ยบำรุงรากไว้ รากฐานชีวิตจะมั่นคงเพราะถ้าจิตใจเราดี สิ่งทั้งหลายดีหมด
การเจริญกรรมฐาน เป็นการปลูกจิตให้เกิดสติปัญญา เกิดบุญกุศลเป็นผลงานของชีวิต ดังที่บอกเราใส่ปุ๋ยที่รากต้นไม้มันงอกงามแล้วก็จะผลิดอกออกผลให้ แต่ใช่ว่าจะหมดหน้าที่เพียงเท่านั้น ยังมีหน้าที่ต้องคอยระวังต่อไป เช่น มะม่วงออกช่อ ต้องคอยระวังอย่าให้เพลี้ยกินถ้าเพลี้ยกินมันออกลูกไม่ได้ ถ้าเป็นเรื่องของจิตใจ เพลี้ย ในที่นี้ หมายถึง ความชั่ว ต้องระวังอยู่เสมอ ต้นไม้ คือ จิตใจของเราถึงจะปลอดภัยถึงจะมีผลดีแก่ชีวิตของเราเอง
ฉะนั้น เมื่อมีโอกาสเช่นวันพระ ควรจะได้พากันเข้าวัดฟังธรรมบ้าง เจริญกรรมฐานบ้าง อย่างน้อยก็เป็นการประกันจิตของเราว่า ในรอบ ๗ วันนี้ ได้มีโอกาสทำให้จิตใจดีขึ้นสักวันหนึ่ง

ดี-ชั่ว อยู่ที่ตัวทำ
สูง-ต่ำ อยู่ที่ทำตัว

ดี-ชั่วประการใด มิใช่คนอื่นทำให้ แต่เราทำของเราเอง เราทำตัวเราเอง บาปก็อยู่ที่ตัวเอง คนอื่นเขาไม่รู้เรื่อง ไปโกรธว่า คนโน้นเขาด่า คนนี้เขาด่า กลับไปนี่กูจะเล่นงานมึง แต่ตนเองเล่นงานตนเองไปแล้วโดยไม่รู้ตัว นี่...! อ่านตัวไม่ออก บอกตัวไม่ได้ ใช้ตัวไม่เป็น
เพราะฉะนั้น การกระทำของชีวิตนี้จึงมีหลักฐานเหตุการณ์ของกฎแห่งกรรมเกิดขึ้นแก่ตัวเรา ถ้าเราแผ่เมตตา ศัตรูก็เป็นมิตรเราได้ คนที่เป็นคู่กรณี ที่เกลียดเราอิจฉาเรา ผูกพยาบาทเรา เราก็สามารถแผ่เมตตาให้เขาเป็นมิตรกับเรา เขาจะได้ช่วยเราทำงานต่อไป
รำวงก็ต้องมีกองเชียร์ มีฉิ่งมีฉาบมีกรับมีกลองด้วยกันทั้งนั้น ถ้าเราไม่มีกองเชียร์ขาดพวกพ้องพี่น้องแล้ว ไหนเลยเราจะทำงานอะไรได้เล่า
ขอฝากไว้ว่า กฎแห่งกรรมเกิดด้วยการกระทำของเราเอง ไม่ใช่คนอื่นทำให้แน่นอน ได้แก่ตัวอาตมาหลายเรื่องเลย ดูสิฟ้าผ่าที่กุฏิเลย คนอยู่ในกุฏิก็เยอะ สายสีเขียวเข้ามา สายแดงเข้ามา ชนกันเปรี้ยงเลย จีวรไหม้หมดทั้งตัว ต้องปวดแสบปวดร้อนอยู่ ๖ เดือน หูตึงไป ๖ เดือน ใครพูดไม่ค่อยได้ยิน ต้องทรมานเพราะสาบานกับยายไว้ ไม่น่าจะเป็นไปมันก็เป็นได้

©2016 •田名栗ッ Thanks Visitors to Thailand

พระพุทธคุณ

การสวดพระพุทธคุณ

ขนาดอักษร + เพิ่มขึ้น | + เล็กลง

บทสวดพาหุง มหากาฯ นั้น เป็นบทสวดที่มีค่าที่สุดมีผลดีที่สุด เพราะเป็นชัยชนะอย่างสูงสุดของพระบรมศาสดา จากพญาวสวัตดีมาร จากอาฬวกยักษ์ จากช้างนาฬาคิรี จากองคุลิมาล จากนางจิญจมาณวิกา จากสัจจกนิครณถ์ จากพญานันโทปนันทนาคราชและจากพกพรหม เป็นชัยชนะที่พระพุทธองค์ทรงได้มาด้วยอิทธิปาฏิหาริย์ และอำนาจแห่งบารมีธรรมโดยแท้

ขอให้ท่านพร้อมสมาชิกในครอบครัว ได้สวดมนต์กันทุกคน ทุกครอบครัว เพื่อเป็นมรดกในชีวิต จะเกิดฐานะดี มีปัญญา จะได้มีความสุข ความเจริญยิ่งๆขึ้นไปในชีวิต ขอให้ท่านชวนลูกหลานทุกๆคน สวดมนต์ก่อนนอน ถ้าท่านทั้งหลายมีความตั้งใจ ศัทธา และเชื่อมั่น ลูกหลานได้สวดมนต์ตามนี้แล้ว ผลที่ได้รับจากการสวดมนต์ คือ

  1. ลูกหลานจะมีระเบียบวินัยที่ดี
  2. ลูกหลานจะไม่เถียง จะเคารพเชื่อฟังพ่อแม่ เขาจะรู้ว่า เขาเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่จะวางตัวได้เหมาะสม
  3. เมื่อเจริญวัยเป็นหนุ่มสาว ก็จะเป็นลูกหลานที่ดีของพ่อแม่ เป็นพลเมืองที่ดีของสังคมและประเทศชาติ
  4. ผู้ที่สวดและปฏิบัติเป็นประจำจะเจริญรุ่งเรืองวัฒนาสถาพร จะรวย จะสวย จะดี มีปัญญา สมประสงค์ในสิ่งที่ดีงามตลอดไปทุกประการ
photo
พระพุทธมหาสุวรรณปฎิมากร •วัดไตรมิตรวิทยาราม

๑. บทบูชาพระรัตนตรัย

อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง อะภิปูชะยามิ.

อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง อะภิปูชะยามิ.

อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง อะภิปูชะยามิ.

คำแปลภาษาไทย

ข้าพเจ้าขอบูชาพระพุทธเจ้าด้วยการสักการะนี้.

ข้าพเจ้าขอบูชาพระธรรมเจ้าด้วยการสักการะนี้.

ข้าพเจ้าขอบูชาพระสังฆเจ้าด้วยการสักการะนี้.

§อานิสงส์การบูชาพระรัตนตรัยเนืองนิตย์ ทำให้ผู้นั้นเป็นคนมีเสน่ห์และแคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง

๒. บทกราบพระรัตนตรัย

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ. (กราบ)

สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ. (กราบ)

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ. (กราบ)

คำแปลภาษาไทย

พระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นพระอรหันต์ ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์สิ้นเชิง ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง ข้าพเจ้าขออภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน. (กราบ)

พระธรรม เป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้ดีแล้ว ข้าพเจ้าขอนมัสการพระธรรม. (กราบ)

พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ประพฤติปฏิบัติดีแล้ว ข้าพเจ้านอบน้อมพระสงฆ์. (กราบ)

§ผู้กราบไหว้พระรัตนตรัยอยู่เป็นประจำ ย่อมมีจิตใจโน้มเอียงไปในการทำความดี ชีวิตย่อมมีแต่อุดมมงคล

©2016 •田名栗ッ Thanks Visitors to Thailand

สวดแก้กรรม

๓. บทนอบน้อมพระพุทธเจ้า

ขนาดอักษร + เพิ่มขึ้น | + เล็กลง

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ.

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ.

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ.

คำแปลภาษาไทย

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง.

§ผู้กราบไหว้พระรัตนตรัยอยู่เป็นประจำ ย่อมมีจิตใจโน้มเอียงไปในการทำความดี ชีวิตย่อมมีแต่อุดมมงคล

§สวดภาวนาคาถา นะโมฯ อยู่เป็นประจำ ทำให้อารมณ์สงบเย็น เป็นสุขในปัจจุบัน พิชิตเวรกรรมในอนาคตได้แล

๔. บทขอขมาพระรัตนตรัย

วันทามิ พุทธัง สัพพัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต.

วันทามิ ธัมมัง สัพพัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต.

วันทามิ สังฆัง สัพพัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต.

คำแปลภาษาไทย

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าขอกราบไหว้พระพุทธเจ้า เพื่อขอขมาโทษทั้งปวง ขอพระองค์จงประทานอภัยโทษแก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด.

ข้าแต่พระธรรมอันเจริญ ข้าพเจ้าขอกราบไหว้พระธรรมเพื่อขอขมาโทษทั้งปวง ขอพระธรรมจงให้อภัยโทษแก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด.

ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าขอกราบไหว้พระสงฆ์เพื่อขอขมาโทษทั้งปวง ขอพระสงฆ์จงให้อภัยโทษแก่้ข้าพเจ้าด้วยเถิด.

§กรรมที่เผลอทำต่อพระรัตนตรัย ต่อพระพุทธศาสนา มีผลร้ายแรงยิ่งนัก หากเผลอพลาดพลั้งทำไป ให้สวดมนต์ภาวนาบทนี้ขอขมาลาโทษ และตั้งใจระมัดระวังไม่ให้เผลอทำผิดอีกจะได้ไม่มีเวรกรรมติดตัว

๕. บทไตรสรณคมน์

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ.

ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ.

สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ.

ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ.

ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ.

ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ.

ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ.

ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ.

ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ.

คำแปลภาษาไทย

ข้าพเจ้าขอถือเอา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่ระลึก.

แม้ครั้งที่สองข้าพเจ้าขอถือเอา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่ระลึก.

แม้ครั้งที่สามข้าพเจ้าขอถือเอา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่ระลึก.

§อานิสงส์การมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง เป็นหนทางนำไปสู่การหลุดพ้นจากทุกข์ พ้นจากอบาย คือ หนทางที่นำไปสู่ความเสื่อม เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ดังมีพุทธดำรัสตรัสไว้ว่า "ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่ง เป็นผู้ถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะ ชนเหล่านั้นละร่างกายมนุษย์นี้ไปแล้วจักไม่ไปสู่อบายภูมิ จักบังเกิดเป็นเทวดาโดยสมบูรณ์ "

๖. บทสรรเสริญพระพุทธคุณ (อิ)

อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ

วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร

ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ.

คำแปลภาษาไทย

พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น เป็นผู้ไกลจากกิเลส เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ (ความรู้และความประพฤติ) เป็นผู้เสด็จไปดีแล้ว (คือ ไปที่ใดยังประโยชน์ให้ที่นั้น) เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้อย่างไม่มีใครยิ่งไปกว่า เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม เป็นผู้มีความจำเริญ จำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์.

๗. บทสรรเสริญพระธรรมคุณ (สวา)

สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม สันทิฏฐิโก อะกาลิโก

เอ หิปัสสิโก โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติ .

คำแปลภาษาไทย

พระธรรมเป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติพึงเห็นได้ด้วยตนเอง เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกับผู้อื่นว่าท่านจงมาดูเถิด เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน.

หมายเหตุ: "วิญญูหีติ" อ่านว่า วิน-ยู-ฮี-ติ

๘. บทสรรเสริญพระสังฆคุณ (สุ)

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ

ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ

ยะทิทังจัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ

อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเณยโย อัญชะลิกะระณีโย อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ.

หมายเหตุ: "อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเณยโย" อ่านว่า อา-หุ-ไนย-โย, ปา-หุ-ไนย-โย และ ทัก-ขิ-ไณย-โย ตามลำดับ

คำแปลภาษาไทย

สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใดปฏิบัติดีแล้ว สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใดปฏิบัติตรงแล้ว สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใดปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใดปฏิบัติสมควรแล้ว ได้แก่บุคคลเหล่านี้คือ คู่แห่งบุรุษ ๔ คู่ นับเรียงตัวบุรุษได้ ๘ บุรุษ(คือพระอริยบุคคล ๘) นั่นแหละสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นผู้ควรแก่สักการะที่เขานำมาบูชา เป็นผู้ควรแก่การต้อนรับ เป็นผู้ควรแก่ทักษิณา เป็นผู้ควรแก่การทำอัญชลี เป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า.

§อิสวาสุ เป็นคำย่อหัวใจย่อของพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ อานิสงส์การสวดบทสรรเสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ อยู่เป็นประจำทำให้ชีวิตอยู่เย็นเป็นสุข ดังพระพุทธดำรัสรับรองไว้ในธชัคคสูตรว่า "เมื่อเธอทั้งหลาย ระลึกนึกถึงเราตถาคต พระธรรม และพระสงฆ์อยู่ ความกลัว ความหวาดสะดุ้ง ความขนพองสยองเกล้าที่มีอยู่จักหายไป"

๙. พุทธชัยมงคลคาถา (พาหุง)

(๑) พาหุง สะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง

ครีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง

ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ.

(๒) มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง

โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขัง

ขันตีสุทันตะวิธินา ชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ.

(๓) นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตัง

ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตัง

เมตตัมพุเสกะวิธินา ชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ.

(๔) อุกขิตตะขัคคะมะติหัตถะสุทารุณันตัง

ธาวันติโยชะนะปะถังคุลิมาละวันตัง

อิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ

(๕) กัตวานะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินียา

จิญจายะ ทุฏฐะวะจะนัง ชะนะกายะมัชเฌ

สันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ.

(๖) สัจจัง วิหายะ มะติสัจจะกะวาทะเกตุง

วาทาภิโรปิตะมะนัง อะติอันธะภูตัง

ปัญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ.

(๗) นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง

ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต

อิทธูปะเทสะวิธินา ชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ.

(๘)ทุคคาหะทิฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง

พรัหมัง วิสุทธิชุติมิทธิพะกาภิธานัง

ญาณาคะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ.

เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฏฐะคาถา

โย วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที

หิตวานะเนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ

โมกขัง สุขัง อะธิคะเมยยะ นะโร สะปัญโญ.

คำแปลภาษาไทย

คำแปล ทั้ง 8 บทมีความมุ่งหมายที่แตกต่างกันทั้งแปดบท กล่าวคือ

บทที่ 1 สำหรับเอาชนะศัตรูหมู่มาก เช่น ในการสู้รบ

บทที่ 2 สำหรับเอาชนะใจคนที่กระด้างกระเดื่องเป็นปฏิปักษ์

บทที่ 3 สำหรับเอาชนะสัตว์ร้ายหรือคู่ต่อสู้

บทที่ 4 สำหรับเอาชนะโจร

บทที่ 5 สำหรับเอาชนะการแกล้ง ใส่ร้ายกล่าวโทษหรือคดีความ

บทที่ 6 สำหรับเอาชนะการโต้ตอบ

บทที่ 7 สำหรับเอาชนะเล่ห์เหลี่ยมกุศโลบาย

บทที่ 8 สำหรับเอาชนะทิฏฐิมานะของคน

บทสวดพาหุงฯ ชื่อเต็มๆมีชื่อว่า "ชัยมงคลคาถา" เป็นบทสวดมนต์ที่เรียงเรียงขึ้นจากเหตุการณ์ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ชนะพญามารในช่วงต่างๆ ถึง 8 เหตุการณ์ ตั้งแต่วันตรัสรู้ธรรมจนถึงเหตุการณ์ผกาพรหม เป็นต้น ซึ่งตามตำนานนั้น สมเด็จพระนเรศวรมหาราชของเราทรงสวดบทนี้ทุกครั้งเพื่อใช้ในการปกครองบ้านเมืองและทำราชการสงคราม เพื่อให้มีชัยเหนืออริราชศัตรู อย่างที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเอาชัยชนะเหนือพญามารผู้ใจบาปได้

บทที่ 1 เป็นเหตุการณ์ช่วงผจญมาร ซึ่งมีเรื่องว่าในวันตรัสรู้ธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระยามารยกพลเสนามารใหญ่หลวงมา พระยามารผู้นิรมิตแขนได้ตั้งพัน ถืออาวุธครบมือ ขี่ช้างชื่อ ครีเมข พร้อมด้วยเสนามารโห่ร้องมา แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็สามารถเอาชนะพญามารได้ด้วยการระลึกถึงบารมีทั้ง 30 ทัศ ที่ทรงเคยลำเพ็ญมาในอดีต

บทที่ 2 เรื่องเล่าว่า มียักษ์ตนหนึ่ง ชื่ออาฬะวกะ เป็นผู้มีจิตกระด้างและมีกำลังยิ่งกว่าเทวดาทั้งปวง อาฬะวกะยักษ์ผู้มีจิตกระด้าง ปราศจากความยับยั้ง พยายามเข้ามาประทุษร้ายพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่ตลอดรุ่ง แต่พระองค์ก็สามารถปราบทิฏฐิของยักษ์ตนนี้ลงได้

บทที่ 3 มีเรื่องว่าเมื่อพระเทวทัตทรยศต่อพระพุทธเจ้า ได้จัดการให้คนปล่อยช้างสาร ที่กำลังตกมันชื่อนาฬาคีรี เป็นช้างเมามัน โหดร้ายเหมือนไฟไหม้ป่า มีกำลังเหมือนจักราวุธ เพื่อมาทำร้ายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่เมื่อช้างมาถึง ด้วยพระบริสุทธิคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ทำให้ช้างนาฬาคีรี ได้สติและทำความเคารพต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

บทที่ 4 เป็นเรื่องขององคุลีมาลซึ่งพระเดชพระคุณหลวงปู่ พระมงคลเทพมุนี ท่านเทศน์เอาไว้ใน 69 กัณฑ์ อย่างที่เรารู้กันแพร่หลาย คือ องคุลีมาลนั้นอาจารย์บอกไว้ว่า ถ้าฆ่าคนและตัดนิ้วมือมาร้อยเป็นสร้อยคอ ให้ได้ครบพัน ก็จะมีฤทธิ์เดชยิ่งใหญ่ องคุลีมาลฆ่าคนและตัดนิ้วมือได้ 999 เหลืออีกนิ้วเดียวจะครบพัน ก็มาพบพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งพระองค์ก็ทรงสามารถทรมานทิฏฐิองคุลีมาลเลิกเป็นโจร ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้อมตะวาจาเกิดขึ้น คือ "เราหยุดแล้ว แต่ท่านยังไม่หยุด" และองคุลีมารโจรก็ได้ออกบวชเป็นพระอรหันต์ในที่สุด

บทที่ 5 หญิงคนหนึ่งมีนามว่า จิญจมาณวิกา ใส่ร้ายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยการวางแผนให้ผู้คนเข้าใจผิด โดยในเวลาเย็นที่ชาวบ้านเดินออกจากวัดเชตวัน นางจืญจมาณวิกา ก็จะเดินเข้าวัดไป และในช่วงเช้าที่ชาวบ้านเข้าวัด ก็จะทำทีเป็นเดินสวนทางออกมา จนระยะเวลาผ่านไปไลานเดือน จึงเอาไม้กลมๆ ใส่เข้าที่ท้องแล้วก็ไปเที่ยวปล่อยข่าวให้เล่าลือว่าตั้งครรภ์กับพระสัมมาสัมพุทธพุทธเจ้า ซึ่งก็ทรงเอาชนะด้วยวิธีสงบ ระงับพระทัยในท่ามกลางหมู่คน ให้ความจริงปรากฏแก่คนทั้งหลายว่าเป็นเรื่องกล่าวร้ายใส่โทษพระองค์โดยแท้

บทที่ 6 เป็นเรื่องที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเอาชนะสัจจะกะนิครนถ์ ผู้มีนิสัยละทิ้งความสัตย์ใฝ่ใจจะยกย่องถ้อยคำของตนให้สูงประหนึ่งว่ายกธงเป็นผู้มืดมัวเมา เป็นคนเจ้าโวหาร เข้ามาโต้ตอบกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งพระองค์จีงตรัสเทศนาสั่งสอนสัจจะกะนิครนถ์ดังกล่าว

บทที่ 7 เป็นเรื่องที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า โปรดให้พระมหาโมคคัลลานะ อัครมหาสาวกไปต่อสู้เอาชนะพญานาคชื่อ นันโทปนันทะ ผู้มีฤทธิ์มาก และมีเล่ห์เหลี่ยมในการต่อสู้มากมาย ซึ่งพระมหาโมคคัลลานะก็ได้ใช้ฤทธิ์เนรมิตกายเป็นพญานาค ไปปราบนนันโทปนันทะนาคราช ผู้มีฤทธิ์มากให้พ่ายแพ้ไป

บทที่ 8 เป็นเรื่องที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเอาชนะ ผกาพรหม ผู้มีทิฏฐิแรงกล้าสำคัญว่าตนเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ประกอบด้วยคุณอันบริสุทธิ์ รู้แจ้งโลก โดยผลัดกันซ่อนผลัดกันหา ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแปลงกายให้เล็กเท่าธุลีแล้วเดินจงกรมอยู่บนมวยผมของผกาพรหม ในที่สุดเมื่อผกาพรหมหาไม่พบจึงได้ยอมลดทิฏฐิมานะ และฟังธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

บุคคลใดมีปัญญา ไม่เกียจคร้าน สวดและระลึกถึงพรุพุทธชัยมงคล ๘ คาถาเหล่านี้ทุกๆ วัน บุคคลนั้นจะพึงละความจัญไรอันตรายทั้งหลายทุกอย่างเสียได้ และเข้าถึงความหลุดพ้น คือ พระนิพพานอันสงบสุขนั่นเอง

หมายเหตุ: หากสวดให้ผู้อื่น เปลี่ยน "เม" เป็น "เต" ทุกแห่ง ส่วน "พรัหมัง" อ่านว่า พะ-รัม-มัง

§จากเหตุการณ์ที่พระพุทธองค์ทรงมีชัยชนะเหนือผู้เข้ามาผจญทั้ง ๘ ครั้ง ด้วยพุทธวิธีที่แตกต่างกันไปนั้น ในชีวิตจริงของคนเราก็หนีไม่พ้นที่จะต้องมีมารมาผจญบ้าง หากแต่เราทำใจให้สงบนิ่ง ด้วยการสวดคาถาพาหุง มหากาฯ ในเวลาเผชิญปัญหา อานิสงส์ที่จะเกิดในเบื้องต้นก็คือ จะมีความยับยั้งชั่งใจในการแก้ไขเรื่องต่างๆที่เข้ามาผจญ ทำให้จิตใจมั่นคง เมื่อจิตใจมั่นคงแล้ว การจะแก้ไขปัญหาไม่ว่าในภาวะการณ์ใดๆย่อมทำลงไปอย่างรอบคอบเสมอ

๑๐. บทชัยปริตร (มหากา)

มะหาการุณิโก นาโถ หิตายะ สัพพะปาณินัง

ปูเรตวา ปาระมี สัพพา ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โหตุ เม ชะยะมังคะลัง

ชะยันโต โพธิยา มูเล สักยานัง นันทิวัฑฒะโน

เอวัง อะหัง วิชะโย โหมิ ชะยามิ ชะยะมังคะเล

อะปะราชิตะปัลลังเก สีเส ปะฐะวิโปกขะเร

อะภิเสเก สัพพะพุทธานัง อัคคัปปัตโต ปะโมทะติ.

สุนักขัตตัง สุมังคะลัง สุปะภาตัง สุหุฏฐิตัง

สุขะโณ สุมุหุตโต จะ สุยิฏฐัง พรัหมะ จาริสุ

ปะทักขิณัง กายะกัมมัง วาจากัมมัง ปะทักขิณัง

ปะทักขิณัง มะโนกัมมัง ปะณิธี เม ปะทักขิณา

ปะทักขิณานิ กัตวานะ ละภันตัตเถ ปะทักขิเณ.

คำแปลภาษาไทย

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสรรพสัตว์ทรงประกอบด้วยพระมหากรุณา ทรงบำเพ็ญพระบารมีทั้งปวง เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่สรรพสัตว์ ทรงบรรลุพระสัมโพธิญาณอันสูงสุด ด้วยการกล่าวสัจจวาจานี้ ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ข้าพเจ้า

ขอข้าพเจ้าจงมีชัยชนะในชัยมงคลพิธี ดุจพระจอมมุนีผู้ยังความปีติยินดีให้เพิ่มพูนแก่ชาวศากยะ ทรงมีชัยชนะมาร ณ โคนต้นมหาโพธิ์ทรงถึงความเป็นเลิศยอดเยี่ยม ทรงปีติปราโมทย์อยู่เหนืออชิตบัลลังก์อันไม่รู้พ่าย ณ โปกขรปฐพี อันเป็นที่อภิเษกของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ฉะนั้นเถิด เวลาที่กำหนดไว้ดี งานมงคลดี รุ่งแจ้งดี ความพยายามดี ชั่วขณะหนึ่งดี ชั่วครู่หนึ่งดี การบูชาดี แด่พระสงฆ์ผู้บริสุทธิ์ กายกรรมอันเป็นกุศล วจีกรรมอันเป็นกุศล มโนกรรมอันเป็นกุศล ความปรารถนาดีอันเป็นกุศล ผู้ได้ประพฤติกรรมอันเป็นกุศล ย่อมประสบความสุขโชคดี เทอญ

ขอสรรพมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้า ขอเหล่าเทพยดาทั้งปวงจงรักษาข้าพเจ้า ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้า ขอความสุขสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ข้าพเจ้าทุกเมื่อ

ขอสรรพมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้า ขอเหล่าเทพยดาทั้งปวงจงรักษาข้าพเจ้า ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม ขอความสุขสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ข้าพเจ้าทุกเมื่อ

ขอสรรพมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้า ขอเหล่าเทพยดาทั้งปวงจงรักษาข้าพเจ้า ด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์ ขอความสุขสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ข้าพเจ้าทุกเมื่อ

หมายเหตุ: หากสวดให้ผู้อื่น เปลี่ยน "เม" เป็น "เต" และ เปลี่ยน "อะหัง วิชิโย โหมิ ชะยามิ" เป็น "ตวัง วิชิโย โหหิ ชะยัสสุ" ส่วน "พรัหมะ" อ่านว่า พะ-รัม-มะ

บทชัยปริตร (มหากา) มีอานุภาพทางด้านเมตตามหานิยม ใช้สวดเอาฤกษ์เอาชัยในการทำบุญเพื่อให้เกิดความผาสุกแก่ตนเองและครอบครัว เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของกิจการงานที่ทำ

๑๑. สัพพมงคลคาถา

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา

สัพพะพุทธานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา

สัพพะธัมมานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา

สัพพะสังฆานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม .

คำแปลภาษาไทย

ขอสรรพมงคล จงมีแก่ท่าน ขอเหล่าเทวดาทั้งปวงจงรักษาท่าน

ด้วยอานุภาพ แห่งพระพุทธเจ้าทั้งปวง ขอความสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ท่านทุกเมื่อ

ขอสรรพมงคล จงมีแก่ท่าน ขอเหล่าเทวดาทั้งปวงจงรักษาท่าน

ด้วยอานุภาพ แห่งพระธรรมทั้งปวง ขอความสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ท่านทุกเมื่อ

ขอสรรพมงคล จงมีแก่ท่าน ขอเหล่าเทวดาทั้งปวงจงรักษาท่าน

ด้วยอานุภาพ แห่งพระสงฆ์ทั้งปวง ขอความสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ท่านทุกเมื่อ

หมายเหตุ: หากสวดให้ผู้อื่น เปลี่ยน "เม" เป็น "เต" ทุกแห่ง

บทสัพพะมงคลคาถา เป็นบทสวดมนต์ภาวนาขออานุภาพของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ให้อำนวยสิ่งที่เป็นมงคลแก่ตน

๑๒. บทอิติปิ โส เท่าอายุ + ๑

อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ

วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร

ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ.

คำแปลภาษาไทย

พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น เป็นผู้ไกลจากกิเลส เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ (ความรู้และความประพฤติ) เป็นผู้เสด็จไปดีแล้ว (คือ ไปที่ใดยังประโยชน์ให้ที่นั้น) เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้อย่างไม่มีใครยิ่งไปกว่า เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม เป็นผู้มีความจำเริญ จำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์.

§การสวดบทพระพุทธคุณสามารถสะเดาะเคราะห์แก้กรรมได้ ดังที่หลวงพ่อจรัญท่านกล่าวไว้ว่า "พระพุทธคุณ อาตมาสังเกตมาว่า บางคนเขาไปหาหมอดู เคราะห์ร้ายก็ต้องสะเดาะเคราะห์ อาตมาก็มาดูเหตุการณ์ โชคลางไม่ดี ก็เป็นความจริงของหมอดู อาตมาก็ตั้งตำราขึ้นมาด้วยสติบอกว่า โยมไปสวดพุทธคุณเท่าอายุให้เกินกว่า ๑ ให้ได้ เพื่อให้สติดี เท่าที่ใช้ได้ผล สวดตั้งแต่ ข้อที่ ๓. จนถึง ข้อที่ ๑๐ คือบทนอบน้อมพระพุทธเจ้า จนถึงบทชัยปริตร(มหากา)จบแล้วย้อนกลับมาข้างต้น เอาพุทธคุณห้องเดียว(ข้อที่ ๖) ห้องละ ๑ จบ ต่อ ๑ อายุ เช่น อายุ ๓๗ ให้สวด ๓๘ หรือ อายุ ๕๐ สวด ๕๑ ก็ได้ผล" และบางตำราท่านกล่าวไว้ว่า หากสามารถสวดได้ถึง ๑๐๘ จะยิ่งส่งผลดียิ่งๆขึ้น

©2016 •田名栗ッ Thanks Visitors to Thailand

คาถาชินบัญชร

๑๓. พระคาถาชินบัญชร

photo
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
ขนาดอักษร + เพิ่มขึ้น | + เล็กลง

โดย สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

ผู้ใดสวดภาวนาพระคาถานี้เป็นประจำสม่ำเสมอ จะทำให้เกิดความสิริมงคลแก่ตนเอง ศัตรูไม่กล้ากล้ำกราย มีเมตตามหานิยม ขจัดภัยตลอดจนคุณไสยต่างๆ

ก่อนสวดเจริญภาวนาให้กล่าวคำนอบน้อมพระพุทธเจ้า นะโมฯ ๓ จบ แล้วระลึกถึงพระคุณของเจ้าประคุณสมเด็จฯ ด้วยคาถาต่อไปนี้

ปุตตะกาโม ละเภ ปุตตัง ธะนะกาโม ละเภ ธะนัง

อัตถิ กาเย กายะญายะ เทวานัง ปิยะตัง สุตะวาฯ

อิติปิ โส ภะคะวา ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ

มะระณัง สุขัง อะระหัง สุคะโต นะโม พุทธายะฯ

โตเสนโต วะระธัมเมนะ โตสัฏฐาเน สิเว วะเร

โตสัง อะกาสิ ชันตูนัง โตละจิตตัง นะมามิหังฯ

๑. ชะยาสะนาคะตา พุทธา เชตะวา มารัง สะวาหะนัง จะตุสัจจาสะภัง ระสัง เย ปิวิงสุ นะราสะภา

๒. ตัณหังกะราทะโย พุทธา อัฏฐะวีสะติ นายะกา สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง มัตถะเก เต มุนิสสะรา

๓. สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง อุเร สัพพะคุณากะโร

๔. หะทะเย เม อะนุรุทโธ สารีปุตโต จะ ทักขิเณ โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง โมคคัลลาโน จะ วามะเก

๕. ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง อาสุง อานันทะราหุลา กัสสะโป จะ มะหานาโม อุภาสุง วามะโสตะเก

๖. เกสันเต ปิฏฐิภาคัสมิง สุริโยวะ ปะภังกะโร นิสินโน สิริสัมปันโน โสภิโต มุนิ ปุงคะโว

๗. กุมาระกัสสะโป เถโร มะเหสี จิตตะวาทะโก โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง ปะติฏฐาสิ คุณากะโร

๘. ปุณโณ อังคุลิมาโล จะ อุปาลี นันทะสีวะลี เถรา ปัญจะ อิเม ชาตา นะลาเฏ ติละกา มะมะ

๙. เสสาสีติ มะหาเถรา วิชิตา ชินะสาวะกา เอตาสีติ มะหาเถรา ชิตะวันโต ชิโนระสา ชะลันตา สีละเตเชนะ อังคะมังเคสุ สัณฐิตา

๑๐. ระตะนัง ปุระโต อาสิ ทักขิเณ เมตตะสุตตะกัง ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ วาเม อังคุลิมาละกัง

๑๑. ขันธะโมระปะริตตัญจะ อาฏานาฏิยะสุตตะกัง อากาเส ฉะทะนัง อาสิ เสสา ปาการะสัณฐิตา

๑๒. ชินาณา วะระสังยุตตา สัตตัปปาการะลังกะตา วาตะปิตตาทิสัญชาตา พาหิรัชฌัตตุปัททะวา

๑๓. อะเสสา วินะยัง ยันตุ อะนันตะชินะเตชะสา วะสะโต เม สะกิจเจนะ สะทา สัมพุทธะปัญชะเร

๑๔. ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ วิหะรันตัง มะหีตะเล สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ เต มะหาปุริสาสะภา

๑๕. อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโข ชินานุภาเวนะ ชิตูปัททะโว ธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโค สังฆานุภาเวนะ ชิตันตะราโย สัทธัมมานุภาวะปาลิโต จะรามิ ชินะปัญชะเรติฯ

คำแปลภาษาไทย

พระพุทธเจ้าและพระนราสภาทั้งหลายผู้ประทับนั่งแล้วบนชัยบัลลังก์ ทรงพิชิตพระยามาราธิราช ผู้พรั่งพร้อมด้วยเสนาราชพาหนะแล้ว เสวยอมตรสคือ อริยสัจธรรมทั้งสี่ประการ เป็นผู้นำสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้นจากกิเลสและกองทุกข์.

ขอให้พระพุทธนราสภาจอมมุนีนายกทั้ง ๒๘ พระองค์ มีพระพุทธเจ้าพระนามว่าตัณหังกร เป็นอาทิ บรรดาที่ประทับนั่งเหนืออาสนะชัยทรงชนะมารพร้อมด้วยพาหนะ ได้ดื่มรส คือ จตุสัจธรรมอันประเสริฐ จงมาประดิษฐานอยู่ ณ เบื้องกระหม่อมของข้าพเจ้า.

ข้าพระพุทธเจ้าขออัญเชิญองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาประดิษฐานอยู่เหนือเศียรเกล้า พระธรรมอยู่ที่ดวงตาทั้งสองพระสงฆ์ผู้เป็นอากรบ่อเกิดแห่งสรรพคุณอยู่ที่อก.

ขอให้พระอนุรุทธเถระ จงมาประดิษฐานอยู่ที่ดวงหทัยแห่งข้าพเจ้าพระสารีบุตร จงมาประดิษฐานอยู่ ณ เบื้องขวา พระโกณฑัญญะ จงมาอยู่ ณ เบื้องหลัง และพระโมคคัลลานะ จงมาอยู่ ณ เบื้องซ้าย.

ขอให้พระอานนท์และพระราหุล จงอยู่ ณ โสตเบื้องขวา พระกัสสปะและพระมหานามะทั้งสององค์จงอยู่ ณ โสตเบื้องซ้าย.

ขอให้พระโสภิตะจอมมุนี ผู้สมบูรณ์ด้วยสิริดังพระอาทิตย์ส่องแสงอยู่ที่ทุกเส้นขน ตลอดร่างทั้งข้างหน้าและข้างหลัง.

ขอให้พระกุมารกัสสปะเถระ ผู้มีวาทะอันไพเราะวิจิตรเป็นบ่อเกิดแห่งคุณงามความดีอันยิ่งใหญ่ จงมาประดิษฐานอยู่ที่ปาก (วทเน) แห่งข้าพเจ้าเป็นเนืองนิจ.

ขอให้พระเถระ คือ พระปุณณะ พระองคุลิมาล พระอุบาลี พระนันทะ และพระสิวลี พระเถระทั้ง ๕ องค์นี้ จงเกิดเป็นประดุจต่อมไฝ หรือรอยเจิมที่หน้าผาก (นลาฏ) แห่งข้าพเจ้า.

ขอให้พระอิสีติมหาเถระที่เหลือ ผู้พิชิตชนะมารผู้เป็นพระสาวกแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงชัย แต่ละองค์ซึ่งล้วนรุ่งโรจน์อยู่ด้วยเดชแห่งศีลนั้น จงมาสถิตอยู่ที่อวัยวะน้อยใหญ่ (แห่งข้าพเจ้า).

ขอพระรัตนตรัยสูตรจงอยู่เบื้องหน้า พระเมตตาสูตรจงอยู่เบื้องขวา พระธชัคคสูตรจงอยู่เบื้องหลัง พระองคุลีมาลสูตรจงอยู่เบื้องซ้าย.

ขอพระขันธปริตร พระโมรปริตร และพระอาฏานาฏิยสูตร จงเป็นเครื่องกางกั้นดุจหลังคาอยู่บนนภากาศ.

ขอบรรดาพระสูตรอันประเสริฐต่างๆ ของพระชินเจ้าทั้งหลาย นอกจากที่ได้กล่าวมาแล้วนี้ ผู้ประกอบพร้อมด้วยกำลังนานาชนิดมีศีลาทิคุณอันมั่นคง คือสัตตะปราการเป็นอารมณ์มาตั้งล้อมเป็นกำแพงคุ้มครองเจ็ดชั้น.

ด้วยเดชานุภาพแห่งพระอนันตชินเจ้าไม่ว่าจะทำกิจการใดๆ เมื่อข้าพระพุทธเจ้าเข้าอาศัยอยู่ในพระบัญชรแวดวงกรงล้อมแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอโรคอุปัทวะทุกข์ทั้งภายนอกและภายใน อันเกิดแต่โรคร้าย คือโรคลมหรือโรคดีเป็นต้นเป็นสมุฏฐานจงกำจัดให้พินาศไปอย่าได้เหลือ.

ขอพระมหาบุรุษผู้ทรงพระคุณอันล้ำเลิศทั้งปวงนั้นจงอภิบาลข้าพระพุทธเจ้า ผู้อยู่ในภาคพื้นท่ามกลางพระชินบัญชร ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการคุ้มครองปกป้องรักษาภายในเป็นอันดีฉะนี้แล้ว.

ข้าพระพุทธเจ้า ได้รับการอภิบาลด้วยคุณานุภาพแห่งสัทธรรมแล้วนี้ จึงชนะเสียได้ซึ่งอุปัทวะอันตรายใดๆด้วยอานุภาพแห่งพระชินะพุทธเจ้า ชนะข้าศึกศัตรูด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม ชนะอันตรายทั้งปวงด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์ ขอข้าพระพุทธเจ้าจงได้ปฏิบัติและรักษาดำเนินไปโดยสวัสดีเป็นนิจนิรันดร์ เทอญฯ.

หมายเหตุ: "มะหีตะเล" อ่านว่า มะ-ฮี-ตะ-เล

©2016 •田名栗ッ Thanks Visitors to Thailand

คาถาบูชาดวงชะตา

๑๔. คาถาบูชาดวงชะตา

photo
สมเด็จพระพนรัตน์ (วัดป่าแก้ว--วัดใหญ่ไชยมงคล)
ขนาดอักษร + เพิ่มขึ้น | + เล็กลง

สมเด็จพระพนรัตน์, หลวงพ่อเดิม และหลวงปู่โง่น

"ดวงตก ชะตาไม่ดี เงินทองไม่พอใช้ ราหูเข้าพระเสาร์แทรก" คำจำพวกนี้พระอาจารย์ท่านกล่าวไว้ว่าจงอย่าเชื่อและฟังคำทักท้วงเหล่านั้นจากบุคคลอื่น มันจะทำให้จิตเราตกเมื่อจิตเราตกสิ่งที่ไม่ดีต่างๆนานาจากคำพูดที่บุคลลอื่นทักเราไว้ มันจะเข้ามาทำลายจิตใจของเราได้อย่างง่ายดาย สุดท้ายก็ต้องเสียเงินเสียทองมากขึ้นเพื่อเฟ้นหาสถานที่และแสวงหาพิธีกรรมต่างๆเพื่อมาสะเดาะเคราะห์

หากแต่ท่านทราบไหมว่ามีคาถาอยู่บทหนึ่ง ซึ่งมีอานุภาพอย่างล้นพ้นในการคุ้มครองดวงชะตาให้ชีวิตพลิกฟื้นดีขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ โดยที่ท่านไม่ต้องไปสะเดาะเคราะห์ในสถานที่ใดๆทั้งสิ้น เพียงแค่ตั้งจิตสวดคาถาบทนี้อยู่ที่บ้านอย่างเนืองนิตย์ท่านจะดวงดี มั่งมีศรีสุข เกิดลาภผล เทวดาจะปกป้องกันภัยให้เหนืออริศัตรู

ก่อนสวดเจริญภาวนาคาถาบูชาดวงชะตา ให้กล่าวคำนอบน้อมพระพุทธเจ้า ท่องนะโมฯ ๓ จบ แล้วตามด้วยคาถาดังต่อไปนี้

นะโม เม สัพพะเทวานัง สัพพะคะระหะ จะ เทวานัง สุริยัญจะ ปะมุญจะถะ สะสิ ภุมโม จะ เทวานัง

วุโธ ลาภัง ภะวิสสะติ ชีโว สุกะโร จะ มะหาลาภัง โสโร ราหูเกตุ จะ มะหาลาภัง

สัพพะ ภะยัง วินาสสันติ สัพพะ ทุกขัง วินาสสันติ สัพพะ โรคัง วินาสสันติ ลักขะณา อะหัง วันทามิ

สัพพะทาสัพพะเทวา มัง ปาละยันตุ สัพพะทา เอเตนะ มังคะละเตเชนะ สัพพะโสตถี ภะวันตุเมฯ

โดยให้สวดตามกำลังวันจากคำบอกกล่าวของ"หลวงปู่โง่น โสรโย" แห่งวัดพระพุทธบาทเขารวก อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร เพื่อมีอานุภาพเหนืออริศัตรู เทวดาผู้เป็นใหญ่จะช่วยปกป้องคุ้มกันภัย และบันดาลความสงบสุขร่มเย็นแก่ผู้สวด ตลอดจนเกิดลาภผลมั่งมีศรีสุข ดังนี้

•วันจันทร์ สวด ๑๕ จบ •วันอังคาร สวด ๘ จบ •วันพุธ สวด ๑๗ จบ •วันพฤหัสบดี สวด ๑๔ จบ •วันศุกร์ สวด ๒๑ จบ •วันเสาร์ สวด ๑๐ จบ •วันอาทิตย์สวด ๖ จบ

©2016 •田名栗ッ Thanks Visitors to Thailand

แผ่เมตตา
ขออโหสิกรรม

๑๕. บทแผ่เมตตาแก่ตนเอง

ขนาดอักษร + เพิ่มขึ้น | + เล็กลง

อะหัง สุขิโต โหมิ, ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข,

นิททุกโข โหมิ, ปราศจากความทุกข์,

อะเวโร โหมิ, ปราศจากเวร,

อัพยาปัชโฌ โหมิ, ปราศจากอุปสรรคอันตรายทั้งปวง,

อะนีโฆ โหมิ, ปราศจากความทุกข์กาย ทุกข์ใจ,

สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ. มีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด

๑๖. บทแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์

photo
ค่างแว่นถิ่นใต้ •กองบิน5 ประจวบฯ

สัพเพ สัตตา, สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

อะเวรา โหนตุ, จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรต่อกันและกันเลย

อัพยาปัชฌา โหนตุ, จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย,

อะนีฆา โหนตุ, จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย,

สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ. จงมีความสุขกาย สุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด.

๑๗. บทแผ่ส่วนกุศล

อิทัง เม มาตาปิตูนัง โหตุ, สุขิตา โหนตุ มาตาปิตะโร, ขอส่วนบุญนี้ จงสำเร็จแก่มารดาบิดาของข้าพเจ้า ขอให้มารดาบิดาของข้าพเจ้ามีความสุข,

อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ, สุขิตา โหนตุ ญาตะโย, ขอส่วนบุญนี้ จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า ขอให้ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้ามีความสุข,

อิทัง เม คุรุปัชฌายาจะริยานัง โหตุ, สุขิตา โหนตุ คะรุปัชฌายาจะริยา, ขอส่วนบุญนี้ จงสำเร็จแก่ครู อุปัชฌาย์และอาจารย์ของข้าพเจ้า ขอให้ครู อุปัชฌาย์และอาจารย์ของข้าพเจ้ามีความสุข,

อิทัง เม สัพพะเทวะตานัง โหตุ, สุขิตา โหนตุ สัพเพ เทวา, ขอส่วนบุญนี้ จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลาย ขอให้เทวดาทั้งหลายมีความสุข,

อิทัง สัพพะเปตานัง โหตุ, สุขิตา โหนตุ สัพเพ เปตา, ขอส่วนบุญนี้ จงสำเร็จแก่เปรตทั้งหลาย ขอให้เปรตทั้งหลายมีความสุข,

อิทัง สัพพะเวรีนัง โหตุ, สุขิตา โหนตุ สัพเพ เวรี, ขอส่วนบุญนี้ จงสำเร็จแก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายมีความสุข,

อิทัง สัพพะสัตตานัง โหตุ, สุขิตา โหนตุ สัพเพ สัตตา. ขอส่วนบุญนี้ จงสำเร็จแก่สัตว์ทั้งหลาย ขอให้สัตว์ทั้งหลายมีความสุขทั่วหน้ากันเทอญ.

๑๘. บทอธิษฐานอโหสิกรรม

กรรมใดๆ ที่ข้าพเจ้าได้ทำล่วงเกินแก่ผู้ใด โดยตั้งใจก็ดี ไม่ได้ตั้งใจก็ดี จงยกโทษให้เป็นอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้า อย่าได้จองเวรจองกรรมต่อกันอีกเลย

แม้แต่กรรมใดที่ใครๆ ทำแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมนั้นให้ทั้งสิ้น ยกถวายพระพุทธเจ้าเป็นอภัยทาน ขอจงดลใจให้เขาเหล่านั้นมีเมตตาจิต คิดเป็นมิตรกับข้าพเจ้า เพื่อจะได้ไม่มีเวรกรรมต่อกันตลอดไป

ด้วยอานิสงส์แห่งอภัยทานนี้ ขอให้ข้าพเจ้าและครอบครัวญาติมิตร พ้นจากความทุกข์ยากลำบากเข็ญใจ ปรารถนาสิ่งใดอันเป็นไปโดยธรรม ขอให้สิ่งนั้นจงพลันสำเร็จเทอญ นิพพานะปัจจะโย โหตุ.

๑๙. บทกรวดน้ำให้เจ้ากรรมนายเวร

กัมมะโน กัตถาโน กัมมะปัจเจกะพุทโธ พุทธัง ทั่วจักกะวาฬัง ธัมมัง ทั่วจักกะวาฬัง สังฆัง ทั่วจักกะวาฬัง อะโหสิกัมมัง.

ข้าพเจ้าขออุทิศบุญกุศลจากการสวดพระพุทธมนต์พระพุทธคุณนี้ ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ที่ได้เคยล่วงเกินท่านไว้ตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบันชาติ ไม่ว่าจะอยู่ภพใดหรือภูมิใด ขอให้ท่านได้รับผลบุญนี้ ท่านที่มีความทุกข์ ขอให้ได้พ้นจากทุกข์ ท่านที่มีความสุข ขอให้มีความสุขยิ่งๆขึ้นไป

เมื่อเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ได้รับกุศลผลบุญที่ข้าพเจ้าตั้งจิตอุทิศให้นี้แล้ว โปรดอนุโมทนาบุญแก่ข้าพเจ้า ให้ถึงซึ่งความเป็นผู้พ้นทุกข์ ด้วยอำนาจบุญที่อุทิศให้นี้ด้วยเทอญ

©2016 •田名栗ッ Thanks Visitors to Thailand

เจริญกรรมฐาน

๒๐. เจริญกรรมฐานหลังการสวดมนต์

ขนาดอักษร + เพิ่มขึ้น | + เล็กลง

หลังการสวดมนต์ ควรเจริญสมาธิภาวนาที่เรียกกันว่า เจริญกรรมฐานเพื่อให้จิตใจสงบ มีพลัง เป็นประโยชน์ในปัจจุบัน คือ ทำให้ใจสบาย คลายทุกข์ หนักแน่น มั่นคง อารมณ์แจ่มใจ ความจำดี ทำงานมีประสิทธิภาพ สุขภาพดี นอนหลับสบาย เรียนหนังสือเก่ง ที่สำคัญคือได้บุญมาก

การนั่งสมาธิเพื่อเจริญกรรมฐาน พระเดชพระคุณหลวงพ่อจรัญ ท่านสอนวิธีปฏิบัติดังนี้

"ให้นั่งขัดสมาธิ คือ ขาขวาทับขาซ้าย นั่งตัวตรง หลับตา เอาสติมาจับอยู่ที่สะดือที่ท้องพองยุบ เวลาหายใจเข้าท้องพอง กำหนดว่า พอง-หนอ ใจนึกกับท้องที่พองต้องให้ทันกัน อย่าให้ก่อนหรือหลังกัน ต้องทัน"

ข้อสำคัญ ให้สติจับที่พอง-ยุบเท่านั้น อย่าดูลมที่จมูก อย่าตะเบ็งท้อง ให้มีความรู้สึกตามความเป็นจริงว่าท้องพองไปข้างหน้า ท้องยุบมาข้างหลัง อย่าให้เห็นเป็นไปว่าท้องพองขึ้นข้างบน ท้องยุบลงข้างล่าง ให้กำหนดเช่นนี้ตลอดไปจนกว่าจะถึงเวลาที่กำหนด

๒๐. บทอธิษฐานจิต

"ข้าพเจ้า (กล่าวชื่อ-นามสกุล) ซึ่งได้บำเพ็ญบุญกุศลด้วยการสวดมนต์ในครั้งนี้ ขออราธนาพระบารมีทั้งปวง พระพุทธานุภาพ พระธรรมานุภาพ พระสังฆานุภาพ โปรดอภิบาลคุ้มครองให้ข้าพเจ้าหายจากสรรพทุกข์โศกโรคภัย สรรพเคราะห์เสนียดจัญไรทั้งหลายในกายของข้าพเจ้า จงหายไปสิ้นทั้งหมด

ขอให้ข้าพเจ้าเป็นผู้ชนะต่ออุปสรรคและศัตรูหมู่มารทั้งหลาย ขอให้การประกอบอาชีพของข้าพเจ้าประสบความสำเร็จเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าตลอดไป

ขอให้ข้าพเจ้าและครอบครัวประสบความสุขความเจริญ ตามที่ปรารถนาทุกประการ หากข้าพเจ้ายังไม่ถึงซึ่งนิพพาน ขอให้ข้าพเจ้าได้ไปเกิดในตระกูลที่ดี เป็นผู้มีธรรมะบริสุทธิ์ พบพระพุทธศาสนาไปทุกภพทุกชาติ ตราบเท่าถึงพระนิพพานในอนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญ"

©2016 •田名栗ッ Thanks Visitors to Thailand

กัลยญาณมิตร

ขนาดอักษร + เพิ่มขึ้น | + เล็กลง

อานิสงส์ แห่งการชักชวนผู้อื่นถวายทาน

"ดูก่อนอุบาสกอุบาสิกาทั้งหลาย บุคคลใดถวายทานด้วยตัวเอง แต่ไม่ชักชวนผู้อื่นให้ถวายทานด้วย บุคคลนั้นเมื่อตายไปแล้วไม่ว่าจะเกิดที่ใด ย่อมได้ซึ่งโภคสมบัติ (ความร่ำรวย) แต่จักไม่ได้ซึ่งบริวารสมบัติ (มิตรสหาย, บริวาร)

บุคคลใดชักชวนผู้อื่นให้ถวายทาน แต่ตนเองกลับไม่ถวาย บุคคลนั้นเมื่อตายไปแล้วไม่ว่าจะเกิด ย่อมได้ซึ่งบริวารสมบัติ (มากด้วยมิตรสหาย, บริวาร) แต่จักไม่ได้ซึ่งโภคสมบัติ (มีความยากจน)

บุคคลใดตนเองก็ไม่ถวายทานด้วย แม้คนอื่นก็ไม่ได้ชักชวนด้วย บุคคลนั้นเมื่อตายไปเกิดในที่ใดๆ ย่อมไม่ได้แม้สักว่าข้าวปลายเกรียน (ข้าวสารหัก) พออิ่มท้อง เขาย่อมเป็นคนอนาถา หาที่พึ่งไม่ได้

บุคคลใดถวายทานด้วยตนเองด้วย ชักชวนผู้อื่นให้ถวายทานด้วย บุคคลนั้นเมื่อตายไปเกิดในที่ใดๆ ย่อมได้ทั้งโภคสมบัติ (ความร่ำรวย) ทั้งบริวารสมบัติ (มิตรสหาย, บริวาร) สิ้นร้อยชาติบ้าง พันชาติบ้าง แสนชาติบ้าง" โอวาทธรรมของ พระสารีบุตรเถระ ซึ่งถอดความจาก พระสูตรและอรรถกถาแปล ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย: ๒๕๒๕ เล่มที่ ๔๐ หน้า ๑๐๘

รายนามผู้ร่วมอานิสงส์จัดทำสื่อธรรมะดิจิทัลแจกเป็นธรรมทาน

©2016 •田名栗ッ Thanks Visitors to Thailand

PRAY:สวดพระพุทธคุณ

อานิสงส์แห่งการสวดมนต์

©2016 •田名栗ッ Thanks Visitors to Thailand

ละชั่วพ้นกรรม

เพียรละชั่วมีผลให้พ้นกรรม

ขนาดอักษร + เพิ่มขึ้น | + เล็กลง

"...คนเราย่อมมีศัตรูของชีวิต หรือมีสนิมของชีวิตอยู่รอบด้านจากตัวเอง เพราะความมักได้ ความมักโกรธ ความมักหลงก็มี จากความเลวทรามของคนอื่นก็มี จากสิ่งแวดล้อมที่ยั่วยุให้เกิดความคิดชั่วก็มี ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเคราะห์ร้ายทั้งนั้น
เคราะห์ร้ายก็เหมือนคนร้าย ถ้าใครระวังตัวเป็นประจำ คนร้ายก็ทำร้ายไม่ได้ ใครขาดความระมัดระวังตัวก็ถูกทำร้ายง่าย เคราะห์ร้ายก็เช่นเดียวกัน จะทำร้ายคนที่ระวังตัวได้ยาก แต่ทำร้ายคนที่ไม่ระวังตัวทุกเมื่อ
ความปลอดภัยจากเคราะห์ร้ายทั้งปวง จึงอยู่ที่ความรู้จักระวังตัว ระวังความคิด ระวังการพูด ระวังทั่วไป ดังคำที่กล่าวไว้ว่า อยู่คนเดียว ระวังความคิด อยู่กับมิตร ระวังปาก อยู่กับคนหมู่มาก ระวังรอบด้าน... " หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม

หลักธรรมของพระพุทธองค์บทหนึ่ง ซึ่งสอนวิธีการดำเนินชีวิตให้มีความปลอดภัยทุกๆด้าน มีคำเรียกขานในภาษาธรรมว่า ปธาน แปลว่า ความเพียรอันควรตั้งไว้เป็นหลักของใจ ท่านว่าไว้มี ๔ อย่างคือ

  1. สังวรปธาน เพียรระวังบาปไม่ให้เกิดขึ้นในสันดาน ด้วยการสำรวมระวังสิ่งต่างๆ ที่ผ่านมาทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่ให้ยินดีในสิ่งที่ชอบจนเกินไป และไม่ให้ยินร้าย คือ ไม่ทุกข์ใจในสิ่งที่ชังจนเกินควร เป็นต้น
  2. ปหานปธาน เพียรละบาปที่เกิดขึ้นแล้วนั้น ด้วยการลด ละ เลิกทำ พูด คิด ในสิ่งที่เป็นความชั่วร้ายทั้งหลาย ให้ห่างหายออกไปจากตัวจากใจให้ได้
  3. ภาวนาปธาน เพียรทำกุศลให้เกิดขึ้นในจิตใจ ด้วยการให้ทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา เพื่อละความชั่วตามข้อ ๒
  4. อนุรักขนาปธาน เพียรรักษาความดีที่มีอยู่แล้วไม่ให้เสื่อมไป ด้วยการทำความดีในข้อ ๓ เรื่อยไป ไม่เบื่อหน่ายท้อแท้ แม้ว่าความดีนั้นจะยังไม่ส่งผลทันที เป็นต้น

ถ้าชาวพุทธทุกคนดำรงตนตามพุทธดำรัสนี้ ย่อมหลีกหนีกรรมชั่วได้อย่างแน่นอน ดังมงคลธรรมคำสอนที่หลวงพ่อจรัญ กล่าวไว้ว่า
"คนดี คือ คนที่ปฏิบัติธรรม คนที่ทำความดีไว้ ถึงจะแก่ก็ชื่อว่าแก่ดี ถึงจะตายก็ชื่อว่าตายดี รีบทำความดีให้ชีวิตเสียแต่วันนี้เถิด ให้เหมือนมีดที่มันผุกร่อนไปด้วยอายุการใช้งาน ย่อมดีกว่าผุกร่อนไปเพราะสนิมกิน"

รู้ทันกรรมแก้ไขกรรมได้ทันเวลา

ขอเจริญพรท่านสาธุชนคุณโยมหญิงโยมชายทั้งหลาย

วันนี้ ถือเป็นวันมิ่งขวัญมงคลต่อท่านผู้มีใจเป็นบุญกุศล ที่เรามารวมกันวันนี้ ก็เพื่อจะบำเพ็ญกุศลแก่ชีวิต ระลึกเหตุการณ์ชีวิตที่ผ่านมาเพราะวันเวลามันผ่านไปเร็วมาก ไม่จำเป็นต้องกล่าวเฉพาะวันเวลามันเร็ว ชีวิตก็ผ่านไปเร็ว มันรวดเร็วเหลือเกิน จนบางครั้งจิตใจของเราก็สับสน มีเรื่องนั้นเรื่องนี้เข้ามาแทรกในจิต มีทั้งเรื่องดีและร้ายมาสุมใจ

นี่เป็นเพราะอะไร ? เพราะเราไม่เข้าใจในเรื่องวิธีการของชีวิต ชีวิตมันจึงผิดพลาดทุกเวลา ผิดพลาดเพราะควบคุมจิตของตนไว้ไม่ได้ด้วยเหตุที่จิตมันเหมือนกระแสไฟฟ้า เร็วยิ่งกว่าเครื่องบิน เราจึงต้องคิดอ่านอารมณ์อยู่ตลอดรายการ หากไม่ฝึกกรรมฐานคิดอ่านอารมณ์ไว้ก็ไม่อาจดำรงตนเป็นคนดีของครอบครัว ของสังคมได้ แล้วทำอย่างไรจะแก้ไขปัญหาชีวิตไม่ให้ผิดพลาดนั้น ทั้งชาววัด ชาวบ้านก็ต้องช่วยกัน

สร้างสถาบันทางสังคมให้เข้มแข็ง เป็นแรงพลังเพิ่มคุณค่าราคาคน

ท่านทั้งหลาย คำสอนของพระพุทธเจ้านั้น ดีทุกกระเบียดนิ้วแต่คนเราไม่ดี เพราะไม่ปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ สร้างแต่ปัญหาแก่ครอบครัว แก่สังคม สังคมจึงอยู่รอดปลอดภัยไม่ได้ แก้ปัญหาไม่ได้ คนเราจะไปรอดปลอดภัย ทำอะไรถูกที่ถูกทาง คนต้องปฏิบัติธรรม
สมัยนี้ คนเรียนสูงกันจนถึงปริญญาเอก โลกก็เจริญก้าวหน้าไปไกลแต่จิตใจคนตามโลกไม่ทัน จิตใจล้าหลัง จึงสร้างปัญหาที่เลวทรามในครอบครัว ในสังคม และยังพูดกันว่าเศรษฐกิจตกต่ำ "อาตมาคิดว่า ราคาคนก็ตกต่ำคนหมดราคาแล้ว มาช่วยกันทำราคาของคนให้สูงหน่อยได้ไหม ให้ตัวเองมีคุณภาพดีอย่าไร้คุณภาพอย่าขาดศีลธรรม" ท่านทั้งหลายมีความคิดประการใด ที่ช่วยเหลือประเทศชาติโปรดช่วยกันอย่างจริงจัง โดยช่วยกันทำสถาบันทางสังคมให้เข้มแข็ง สถาบันที่สำคัญของสังคมมี ๓ คือ ๑.บ้าน ๒.วัด ๓.โรงเรียน

บ้านจุดเริ่มต้นสำคัญการแก้ไขปัญหาสังคม

สถาบันครอบครัว หรือบ้าน เป็นสถาบันสำคัญที่จะต้องแก้ไขตั้งแต่เริ่มต้น พ่อแม่ต้องรักลูก คิดปลูกฝัง คิดตั้งต้นให้ลูกได้มีการศึกษาให้ได้ดีมีปัญญาเป็นคนดีมีวิชา สร้างให้ลูกเป็นคนดีให้ได้
พ่อแม่ต้องรู้จักแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะคนเป็นแม่ซึ่งเป็นภรรยา แม้สามีเจ้าชู้ เล่นการพนัน ไม่สามารถเป็นแบบอย่างแก่ลูก แต่แม่ทำดีให้ลูกดู แผ่เมตตาให้สามี ลูกจะดีทุกคน ถ้าแม่ดีคนหนึ่ง รับรองไปรอด ดังคำที่ว่า กันอยู่ที่แม่ แก้อยู่ที่พ่อ ก่ออยู่ที่ลูก ปลูกอยู่ที่ครู ความรู้อยู่ที่ศิษย์ จะได้เป็นมิตรกัน
หากพ่อแม่ไม่ดีทั้งคู่ ลูกจะก่อเรื่องให้พ่อแม่เดือดร้อน จะไม่เชื่อฟังพ่อแม่ แต่ถ้าพ่อแม่ดี ลูกจะก่อวิชาให้พ่อแม่ ลูกจะเรียนเก่ง เร่งก้าวหน้า ไม่เถียงพ่อแม่ ถ้าสวดมนต์เป็นนิจ อธิษฐานจิตเป็นประจำ อโหสิกรรมก่อนแผ่เมตตา ครอบครัวนั้นไปรอด โดยเฉพาะคนที่เป็นแม่ ต้องเป็นแม่แบบ แม่แผน แม่แปลนของลูกให้ได้ สามีจะดีชั่วไม่เป็นไร เพราะถ้าสามีดีแต่ภรรยาไม่ดี รับรองลูกดีไม่ได้ เพราะลูกผูกพันกับแม่มากกว่าพ่อ แบบแผนที่จะให้กับลูกจากแม่ก็มีมากกว่าพ่อ

วัดแหล่งเพาะบ่มฝึกหัดขัดเกลาอัธยาศัย

สถาบันวัด เป็นอย่างไร ? สมัยก่อนจะมีครอบครัว สามีจะมีภรรยาต้องไปบวช ไปหาวิชาก่อน ถ้าไม่มีความรู้คู่คุณธรรมมาก่อน เขาจะไม่ยกลูกสาวให้ เมื่อร้อยกว่าปีนี้ไม่มีโรงเรียน ต้องไปเรียนในวัด วัดจึงเป็นมหาวิทยาลัยเป็นอุทยานทางการศึกษา
มีทั้งเรียนวิชาการปกครอง เศรษฐศาสตร์ ศิลปหัตถกรรม ตลอดจนกระทั่งตำรับตำราพิชัยสงคราม ดนตรี ดีดสี ตีเป่า ทุกอย่างล้วนออกจากวัด ผิดกับปัจจุบันนี้ มีแต่ผ้าเหลืองน้อยห้อยหู
ทำไมถึงเรียก ผ้าเหลืองน้อยห้อยหู แต่ก่อนบวชอย่างน้อยต้อง ๑ พรรษา ศึกษาพระธรรมวินัย ศิลปวิทยาวิชาชีพในวัด ได้วิชาความรู้แล้วลาเพศไปสร้างครอบครัวครองรักครองเรือน สร้างความดี เดี๋ยวนี้ บวช ๗ วัน ๑๕ วัน ไม่ได้ธรรมะเลย ก็ไปสร้างครอบครัว นี่แหละผ้าเหลืองน้อยห้อยหู สึกไปปกครองตนก็ไม่ได้ แก้ปัญหาชีวิตก็ไม่ได้
คนบวชไม่ถึงเดือนวันอัมพวันไม่รับ ไม่ใช่บวชกล้วย บวชฟักทอง แต่เป็นพวกบวชลับ บวชลอง บวชครองประเพณี บวชหนีสงสาร บวชผลาญข้าวสุก บวชสนุกตามเพื่อน บวชหนีอกหัก บวชหลักลอย บวชคอยงาน บวชสังขารเสื่อม บวชเพราะเมียไล่ไปบวช แต่มันต้องบวชด้วยความเลื่อมใสศัทธาในพระศาสนา ถึงจะได้มรรคได้ผล

โรงเรียนนำผู้เรียนเข้าวัดขจัดปัญหาได้

สถาบันโรงเรียน ปัจจุบันมีปัญหาเกิดขึ้นมากมายในโรงเรียน ผู้สร้างปัญหาก็มีทั้งครูและนักเรียน ปัญหายาเสพติด ปัญหาทางเพศ ปัญหาการลงโทษรุนแรง โรงเรียนสามารถทำให้เด็กดีก็ได้ ทำให้เด็กไม่ดีก็ได้ เกิดกันตามอัธยาศัย วัดกับโรงเรียนจึงควรร่วมมือกัน
เมื่อคืนนี้โรงเรียนที่ชัยนาทมาขอเข้ารับอบรม อาตมาก็ช่วยตลอด ให้ทุนการศึกษา กองทัพบกไปปฏิบัติธรรมเงินไม่มี อาตมาออกให้ ไปตั้งศูนย์เวฬุวันที่จังหวัดขอนแก่น ตำรวจกองบัญชาการภาค ๔ ก็ขอไปปฏิบัติ เป็นนักเรียนตำรวจไปปฏิบัติธรรม ๑,๒๐๐ คน เห็นไหมว่าวัดได้ทำประโยชน์ช่วยเหลือการปฏิบัติธรรมของประชาชน "สถาบันโรงเรียนหลายแห่งนำนักเรียนเข้าวัดปฏิบัติธรรมฝึกให้สวดมนต์สมาธิ ปรากฎผลทำให้การเรียนดีขึ้น ความประพฤติก็ดีขึ้น มีความกตัญญูต่อพ่อแม่" ถ้าโรงเรียนให้ความสนใจ ในการนำนักเรียนเข้าวัดปฏิบัติธรรม คงจะช่วยลดปัญหานักเรียนเกเรได้มากทีเดียว ขอฝากท่านทั้งหลายไว้ว่า สถาบันครอบครัว สถาบันโรงเรียน มีความสำคัญในอันที่จะสร้างให้เยาวชนเป็นคนดีในสังคมได้ โดยมีสถาบันวัด ให้ความสนับสนุน

ต้นไม้ ระวังเพลี้ยกินใบ
จิตใจต้องระวังอย่าให้ความชั่วเกาะกิน

ท่านทั้งหลาย ต้นหมากรากไม้ ต้องรดน้ำที่รากถึงจะได้ผลที่ยอด คนเราสมัยนี้ ไม่รู้เหตุการณ์ของชีวิต เลยไปรดน้ำที่ยอดต้นไม้หวังจะให้มันออกผลไวๆ ก็คงเป็นไปได้ยาก ฉะนั้น ความดีทำได้ยากต้องรดน้ำที่ราก คือ จิตใจ ใส่ปุ๋ยบำรุงรากไว้ รากฐานชีวิตจะมั่นคงเพราะถ้าจิตใจเราดี สิ่งทั้งหลายดีหมด
การเจริญกรรมฐาน เป็นการปลูกจิตให้เกิดสติปัญญา เกิดบุญกุศลเป็นผลงานของชีวิต ดังที่บอกเราใส่ปุ๋ยที่รากต้นไม้มันงอกงามแล้วก็จะผลิดอกออกผลให้ แต่ใช่ว่าจะหมดหน้าที่เพียงเท่านั้น ยังมีหน้าที่ต้องคอยระวังต่อไป เช่น มะม่วงออกช่อ ต้องคอยระวังอย่าให้เพลี้ยกินถ้าเพลี้ยกินมันออกลูกไม่ได้ ถ้าเป็นเรื่องของจิตใจ เพลี้ย ในที่นี้ หมายถึง ความชั่ว ต้องระวังอยู่เสมอ ต้นไม้ คือ จิตใจของเราถึงจะปลอดภัยถึงจะมีผลดีแก่ชีวิตของเราเอง
ฉะนั้น เมื่อมีโอกาสเช่นวันพระ ควรจะได้พากันเข้าวัดฟังธรรมบ้าง เจริญกรรมฐานบ้าง อย่างน้อยก็เป็นการประกันจิตของเราว่า ในรอบ ๗ วันนี้ ได้มีโอกาสทำให้จิตใจดีขึ้นสักวันหนึ่ง

ดี-ชั่ว อยู่ที่ตัวทำ
สูง-ต่ำ อยู่ที่ทำตัว

ดี-ชั่วประการใด มิใช่คนอื่นทำให้ แต่เราทำของเราเอง เราทำตัวเราเอง บาปก็อยู่ที่ตัวเอง คนอื่นเขาไม่รู้เรื่อง ไปโกรธว่า คนโน้นเขาด่า คนนี้เขาด่า กลับไปนี่กูจะเล่นงานมึง แต่ตนเองเล่นงานตนเองไปแล้วโดยไม่รู้ตัว นี่...! อ่านตัวไม่ออก บอกตัวไม่ได้ ใช้ตัวไม่เป็น
เพราะฉะนั้น การกระทำของชีวิตนี้จึงมีหลักฐานเหตุการณ์ของกฎแห่งกรรมเกิดขึ้นแก่ตัวเรา ถ้าเราแผ่เมตตา ศัตรูก็เป็นมิตรเราได้ คนที่เป็นคู่กรณี ที่เกลียดเราอิจฉาเรา ผูกพยาบาทเรา เราก็สามารถแผ่เมตตาให้เขาเป็นมิตรกับเรา เขาจะได้ช่วยเราทำงานต่อไป
รำวงก็ต้องมีกองเชียร์ มีฉิ่งมีฉาบมีกรับมีกลองด้วยกันทั้งนั้น ถ้าเราไม่มีกองเชียร์ขาดพวกพ้องพี่น้องแล้ว ไหนเลยเราจะทำงานอะไรได้เล่า
ขอฝากไว้ว่า กฎแห่งกรรมเกิดด้วยการกระทำของเราเอง ไม่ใช่คนอื่นทำให้แน่นอน ได้แก่ตัวอาตมาหลายเรื่องเลย ดูสิฟ้าผ่าที่กุฏิเลย คนอยู่ในกุฏิก็เยอะ สายสีเขียวเข้ามา สายแดงเข้ามา ชนกันเปรี้ยงเลย จีวรไหม้หมดทั้งตัว ต้องปวดแสบปวดร้อนอยู่ ๖ เดือน หูตึงไป ๖ เดือน ใครพูดไม่ค่อยได้ยิน ต้องทรมานเพราะสาบานกับยายไว้ ไม่น่าจะเป็นไปมันก็เป็นได้

©2016 •田名栗ッ Thanks Visitors to Thailand

พระพุทธคุณ

การสวดพระพุทธคุณ

ขนาดอักษร + เพิ่มขึ้น | + เล็กลง

บทสวดพาหุง มหากาฯ นั้น เป็นบทสวดที่มีค่าที่สุดมีผลดีที่สุด เพราะเป็นชัยชนะอย่างสูงสุดของพระบรมศาสดา จากพญาวสวัตดีมาร จากอาฬวกยักษ์ จากช้างนาฬาคิรี จากองคุลิมาล จากนางจิญจมาณวิกา จากสัจจกนิครณถ์ จากพญานันโทปนันทนาคราชและจากพกพรหม เป็นชัยชนะที่พระพุทธองค์ทรงได้มาด้วยอิทธิปาฏิหาริย์ และอำนาจแห่งบารมีธรรมโดยแท้

ขอให้ท่านพร้อมสมาชิกในครอบครัว ได้สวดมนต์กันทุกคน ทุกครอบครัว เพื่อเป็นมรดกในชีวิต จะเกิดฐานะดี มีปัญญา จะได้มีความสุข ความเจริญยิ่งๆขึ้นไปในชีวิต ขอให้ท่านชวนลูกหลานทุกๆคน สวดมนต์ก่อนนอน ถ้าท่านทั้งหลายมีความตั้งใจ ศัทธา และเชื่อมั่น ลูกหลานได้สวดมนต์ตามนี้แล้ว ผลที่ได้รับจากการสวดมนต์ คือ

  1. ลูกหลานจะมีระเบียบวินัยที่ดี
  2. ลูกหลานจะไม่เถียง จะเคารพเชื่อฟังพ่อแม่ เขาจะรู้ว่า เขาเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่จะวางตัวได้เหมาะสม
  3. เมื่อเจริญวัยเป็นหนุ่มสาว ก็จะเป็นลูกหลานที่ดีของพ่อแม่ เป็นพลเมืองที่ดีของสังคมและประเทศชาติ
  4. ผู้ที่สวดและปฏิบัติเป็นประจำจะเจริญรุ่งเรืองวัฒนาสถาพร จะรวย จะสวย จะดี มีปัญญา สมประสงค์ในสิ่งที่ดีงามตลอดไปทุกประการ
photo
พระพุทธมหาสุวรรณปฎิมากร •วัดไตรมิตรวิทยาราม

๑. บทบูชาพระรัตนตรัย

อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง อะภิปูชะยามิ.

อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง อะภิปูชะยามิ.

อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง อะภิปูชะยามิ.

คำแปลภาษาไทย

ข้าพเจ้าขอบูชาพระพุทธเจ้าด้วยการสักการะนี้.

ข้าพเจ้าขอบูชาพระธรรมเจ้าด้วยการสักการะนี้.

ข้าพเจ้าขอบูชาพระสังฆเจ้าด้วยการสักการะนี้.

§อานิสงส์การบูชาพระรัตนตรัยเนืองนิตย์ ทำให้ผู้นั้นเป็นคนมีเสน่ห์และแคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง

๒. บทกราบพระรัตนตรัย

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ. (กราบ)

สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นะมัสสามิ. (กราบ)

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆัง นะมามิ. (กราบ)

คำแปลภาษาไทย

พระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นพระอรหันต์ ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์สิ้นเชิง ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง ข้าพเจ้าขออภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน. (กราบ)

พระธรรม เป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้ดีแล้ว ข้าพเจ้าขอนมัสการพระธรรม. (กราบ)

พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ประพฤติปฏิบัติดีแล้ว ข้าพเจ้านอบน้อมพระสงฆ์. (กราบ)

§ผู้กราบไหว้พระรัตนตรัยอยู่เป็นประจำ ย่อมมีจิตใจโน้มเอียงไปในการทำความดี ชีวิตย่อมมีแต่อุดมมงคล

©2016 •田名栗ッ Thanks Visitors to Thailand

สวดแก้กรรม

๓. บทนอบน้อมพระพุทธเจ้า

ขนาดอักษร + เพิ่มขึ้น | + เล็กลง

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ.

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ.

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ.

คำแปลภาษาไทย

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง.

§ผู้กราบไหว้พระรัตนตรัยอยู่เป็นประจำ ย่อมมีจิตใจโน้มเอียงไปในการทำความดี ชีวิตย่อมมีแต่อุดมมงคล

§สวดภาวนาคาถา นะโมฯ อยู่เป็นประจำ ทำให้อารมณ์สงบเย็น เป็นสุขในปัจจุบัน พิชิตเวรกรรมในอนาคตได้แล

๔. บทขอขมาพระรัตนตรัย

วันทามิ พุทธัง สัพพัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต.

วันทามิ ธัมมัง สัพพัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต.

วันทามิ สังฆัง สัพพัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต.

คำแปลภาษาไทย

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าขอกราบไหว้พระพุทธเจ้า เพื่อขอขมาโทษทั้งปวง ขอพระองค์จงประทานอภัยโทษแก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด.

ข้าแต่พระธรรมอันเจริญ ข้าพเจ้าขอกราบไหว้พระธรรมเพื่อขอขมาโทษทั้งปวง ขอพระธรรมจงให้อภัยโทษแก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด.

ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าขอกราบไหว้พระสงฆ์เพื่อขอขมาโทษทั้งปวง ขอพระสงฆ์จงให้อภัยโทษแก่้ข้าพเจ้าด้วยเถิด.

§กรรมที่เผลอทำต่อพระรัตนตรัย ต่อพระพุทธศาสนา มีผลร้ายแรงยิ่งนัก หากเผลอพลาดพลั้งทำไป ให้สวดมนต์ภาวนาบทนี้ขอขมาลาโทษ และตั้งใจระมัดระวังไม่ให้เผลอทำผิดอีกจะได้ไม่มีเวรกรรมติดตัว

๕. บทไตรสรณคมน์

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ.

ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ.

สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ.

ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ.

ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ.

ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ.

ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ.

ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ.

ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ.

คำแปลภาษาไทย

ข้าพเจ้าขอถือเอา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่ระลึก.

แม้ครั้งที่สองข้าพเจ้าขอถือเอา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่ระลึก.

แม้ครั้งที่สามข้าพเจ้าขอถือเอา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่ระลึก.

§อานิสงส์การมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง เป็นหนทางนำไปสู่การหลุดพ้นจากทุกข์ พ้นจากอบาย คือ หนทางที่นำไปสู่ความเสื่อม เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ดังมีพุทธดำรัสตรัสไว้ว่า "ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่ง เป็นผู้ถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะ ชนเหล่านั้นละร่างกายมนุษย์นี้ไปแล้วจักไม่ไปสู่อบายภูมิ จักบังเกิดเป็นเทวดาโดยสมบูรณ์ "

๖. บทสรรเสริญพระพุทธคุณ (อิ)

อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ

วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร

ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ.

คำแปลภาษาไทย

พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น เป็นผู้ไกลจากกิเลส เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ (ความรู้และความประพฤติ) เป็นผู้เสด็จไปดีแล้ว (คือ ไปที่ใดยังประโยชน์ให้ที่นั้น) เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้อย่างไม่มีใครยิ่งไปกว่า เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม เป็นผู้มีความจำเริญ จำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์.

๗. บทสรรเสริญพระธรรมคุณ (สวา)

สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม สันทิฏฐิโก อะกาลิโก

เอ หิปัสสิโก โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติ .

คำแปลภาษาไทย

พระธรรมเป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติพึงเห็นได้ด้วยตนเอง เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกับผู้อื่นว่าท่านจงมาดูเถิด เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน.

หมายเหตุ: "วิญญูหีติ" อ่านว่า วิน-ยู-ฮี-ติ

๘. บทสรรเสริญพระสังฆคุณ (สุ)

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ

ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ

ยะทิทังจัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ

อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเณยโย อัญชะลิกะระณีโย อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ.

หมายเหตุ: "อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเณยโย" อ่านว่า อา-หุ-ไนย-โย, ปา-หุ-ไนย-โย และ ทัก-ขิ-ไณย-โย ตามลำดับ

คำแปลภาษาไทย

สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใดปฏิบัติดีแล้ว สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใดปฏิบัติตรงแล้ว สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใดปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใดปฏิบัติสมควรแล้ว ได้แก่บุคคลเหล่านี้คือ คู่แห่งบุรุษ ๔ คู่ นับเรียงตัวบุรุษได้ ๘ บุรุษ(คือพระอริยบุคคล ๘) นั่นแหละสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นผู้ควรแก่สักการะที่เขานำมาบูชา เป็นผู้ควรแก่การต้อนรับ เป็นผู้ควรแก่ทักษิณา เป็นผู้ควรแก่การทำอัญชลี เป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า.

§อิสวาสุ เป็นคำย่อหัวใจย่อของพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ อานิสงส์การสวดบทสรรเสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ อยู่เป็นประจำทำให้ชีวิตอยู่เย็นเป็นสุข ดังพระพุทธดำรัสรับรองไว้ในธชัคคสูตรว่า "เมื่อเธอทั้งหลาย ระลึกนึกถึงเราตถาคต พระธรรม และพระสงฆ์อยู่ ความกลัว ความหวาดสะดุ้ง ความขนพองสยองเกล้าที่มีอยู่จักหายไป"

๙. พุทธชัยมงคลคาถา (พาหุง)

(๑) พาหุง สะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง

ครีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง

ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ.

(๒) มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง

โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขัง

ขันตีสุทันตะวิธินา ชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ.

(๓) นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตัง

ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตัง

เมตตัมพุเสกะวิธินา ชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ.

(๔) อุกขิตตะขัคคะมะติหัตถะสุทารุณันตัง

ธาวันติโยชะนะปะถังคุลิมาละวันตัง

อิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ

(๕) กัตวานะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินียา

จิญจายะ ทุฏฐะวะจะนัง ชะนะกายะมัชเฌ

สันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ.

(๖) สัจจัง วิหายะ มะติสัจจะกะวาทะเกตุง

วาทาภิโรปิตะมะนัง อะติอันธะภูตัง

ปัญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ.

(๗) นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง

ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต

อิทธูปะเทสะวิธินา ชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ.

(๘)ทุคคาหะทิฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง

พรัหมัง วิสุทธิชุติมิทธิพะกาภิธานัง

ญาณาคะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท

ตันเตชะสา ภะวะตุ เม ชะยะมังคะลานิ.

เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฏฐะคาถา

โย วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที

หิตวานะเนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ

โมกขัง สุขัง อะธิคะเมยยะ นะโร สะปัญโญ.

คำแปลภาษาไทย

คำแปล ทั้ง 8 บทมีความมุ่งหมายที่แตกต่างกันทั้งแปดบท กล่าวคือ

บทที่ 1 สำหรับเอาชนะศัตรูหมู่มาก เช่น ในการสู้รบ

บทที่ 2 สำหรับเอาชนะใจคนที่กระด้างกระเดื่องเป็นปฏิปักษ์

บทที่ 3 สำหรับเอาชนะสัตว์ร้ายหรือคู่ต่อสู้

บทที่ 4 สำหรับเอาชนะโจร

บทที่ 5 สำหรับเอาชนะการแกล้ง ใส่ร้ายกล่าวโทษหรือคดีความ

บทที่ 6 สำหรับเอาชนะการโต้ตอบ

บทที่ 7 สำหรับเอาชนะเล่ห์เหลี่ยมกุศโลบาย

บทที่ 8 สำหรับเอาชนะทิฏฐิมานะของคน

บทสวดพาหุงฯ ชื่อเต็มๆมีชื่อว่า "ชัยมงคลคาถา" เป็นบทสวดมนต์ที่เรียงเรียงขึ้นจากเหตุการณ์ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ชนะพญามารในช่วงต่างๆ ถึง 8 เหตุการณ์ ตั้งแต่วันตรัสรู้ธรรมจนถึงเหตุการณ์ผกาพรหม เป็นต้น ซึ่งตามตำนานนั้น สมเด็จพระนเรศวรมหาราชของเราทรงสวดบทนี้ทุกครั้งเพื่อใช้ในการปกครองบ้านเมืองและทำราชการสงคราม เพื่อให้มีชัยเหนืออริราชศัตรู อย่างที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเอาชัยชนะเหนือพญามารผู้ใจบาปได้

บทที่ 1 เป็นเหตุการณ์ช่วงผจญมาร ซึ่งมีเรื่องว่าในวันตรัสรู้ธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระยามารยกพลเสนามารใหญ่หลวงมา พระยามารผู้นิรมิตแขนได้ตั้งพัน ถืออาวุธครบมือ ขี่ช้างชื่อ ครีเมข พร้อมด้วยเสนามารโห่ร้องมา แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็สามารถเอาชนะพญามารได้ด้วยการระลึกถึงบารมีทั้ง 30 ทัศ ที่ทรงเคยลำเพ็ญมาในอดีต

บทที่ 2 เรื่องเล่าว่า มียักษ์ตนหนึ่ง ชื่ออาฬะวกะ เป็นผู้มีจิตกระด้างและมีกำลังยิ่งกว่าเทวดาทั้งปวง อาฬะวกะยักษ์ผู้มีจิตกระด้าง ปราศจากความยับยั้ง พยายามเข้ามาประทุษร้ายพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่ตลอดรุ่ง แต่พระองค์ก็สามารถปราบทิฏฐิของยักษ์ตนนี้ลงได้

บทที่ 3 มีเรื่องว่าเมื่อพระเทวทัตทรยศต่อพระพุทธเจ้า ได้จัดการให้คนปล่อยช้างสาร ที่กำลังตกมันชื่อนาฬาคีรี เป็นช้างเมามัน โหดร้ายเหมือนไฟไหม้ป่า มีกำลังเหมือนจักราวุธ เพื่อมาทำร้ายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่เมื่อช้างมาถึง ด้วยพระบริสุทธิคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ทำให้ช้างนาฬาคีรี ได้สติและทำความเคารพต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

บทที่ 4 เป็นเรื่องขององคุลีมาลซึ่งพระเดชพระคุณหลวงปู่ พระมงคลเทพมุนี ท่านเทศน์เอาไว้ใน 69 กัณฑ์ อย่างที่เรารู้กันแพร่หลาย คือ องคุลีมาลนั้นอาจารย์บอกไว้ว่า ถ้าฆ่าคนและตัดนิ้วมือมาร้อยเป็นสร้อยคอ ให้ได้ครบพัน ก็จะมีฤทธิ์เดชยิ่งใหญ่ องคุลีมาลฆ่าคนและตัดนิ้วมือได้ 999 เหลืออีกนิ้วเดียวจะครบพัน ก็มาพบพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งพระองค์ก็ทรงสามารถทรมานทิฏฐิองคุลีมาลเลิกเป็นโจร ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้อมตะวาจาเกิดขึ้น คือ "เราหยุดแล้ว แต่ท่านยังไม่หยุด" และองคุลีมารโจรก็ได้ออกบวชเป็นพระอรหันต์ในที่สุด

บทที่ 5 หญิงคนหนึ่งมีนามว่า จิญจมาณวิกา ใส่ร้ายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยการวางแผนให้ผู้คนเข้าใจผิด โดยในเวลาเย็นที่ชาวบ้านเดินออกจากวัดเชตวัน นางจืญจมาณวิกา ก็จะเดินเข้าวัดไป และในช่วงเช้าที่ชาวบ้านเข้าวัด ก็จะทำทีเป็นเดินสวนทางออกมา จนระยะเวลาผ่านไปไลานเดือน จึงเอาไม้กลมๆ ใส่เข้าที่ท้องแล้วก็ไปเที่ยวปล่อยข่าวให้เล่าลือว่าตั้งครรภ์กับพระสัมมาสัมพุทธพุทธเจ้า ซึ่งก็ทรงเอาชนะด้วยวิธีสงบ ระงับพระทัยในท่ามกลางหมู่คน ให้ความจริงปรากฏแก่คนทั้งหลายว่าเป็นเรื่องกล่าวร้ายใส่โทษพระองค์โดยแท้

บทที่ 6 เป็นเรื่องที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเอาชนะสัจจะกะนิครนถ์ ผู้มีนิสัยละทิ้งความสัตย์ใฝ่ใจจะยกย่องถ้อยคำของตนให้สูงประหนึ่งว่ายกธงเป็นผู้มืดมัวเมา เป็นคนเจ้าโวหาร เข้ามาโต้ตอบกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งพระองค์จีงตรัสเทศนาสั่งสอนสัจจะกะนิครนถ์ดังกล่าว

บทที่ 7 เป็นเรื่องที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า โปรดให้พระมหาโมคคัลลานะ อัครมหาสาวกไปต่อสู้เอาชนะพญานาคชื่อ นันโทปนันทะ ผู้มีฤทธิ์มาก และมีเล่ห์เหลี่ยมในการต่อสู้มากมาย ซึ่งพระมหาโมคคัลลานะก็ได้ใช้ฤทธิ์เนรมิตกายเป็นพญานาค ไปปราบนนันโทปนันทะนาคราช ผู้มีฤทธิ์มากให้พ่ายแพ้ไป

บทที่ 8 เป็นเรื่องที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเอาชนะ ผกาพรหม ผู้มีทิฏฐิแรงกล้าสำคัญว่าตนเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ประกอบด้วยคุณอันบริสุทธิ์ รู้แจ้งโลก โดยผลัดกันซ่อนผลัดกันหา ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแปลงกายให้เล็กเท่าธุลีแล้วเดินจงกรมอยู่บนมวยผมของผกาพรหม ในที่สุดเมื่อผกาพรหมหาไม่พบจึงได้ยอมลดทิฏฐิมานะ และฟังธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

บุคคลใดมีปัญญา ไม่เกียจคร้าน สวดและระลึกถึงพรุพุทธชัยมงคล ๘ คาถาเหล่านี้ทุกๆ วัน บุคคลนั้นจะพึงละความจัญไรอันตรายทั้งหลายทุกอย่างเสียได้ และเข้าถึงความหลุดพ้น คือ พระนิพพานอันสงบสุขนั่นเอง

หมายเหตุ: หากสวดให้ผู้อื่น เปลี่ยน "เม" เป็น "เต" ทุกแห่ง ส่วน "พรัหมัง" อ่านว่า พะ-รัม-มัง

§จากเหตุการณ์ที่พระพุทธองค์ทรงมีชัยชนะเหนือผู้เข้ามาผจญทั้ง ๘ ครั้ง ด้วยพุทธวิธีที่แตกต่างกันไปนั้น ในชีวิตจริงของคนเราก็หนีไม่พ้นที่จะต้องมีมารมาผจญบ้าง หากแต่เราทำใจให้สงบนิ่ง ด้วยการสวดคาถาพาหุง มหากาฯ ในเวลาเผชิญปัญหา อานิสงส์ที่จะเกิดในเบื้องต้นก็คือ จะมีความยับยั้งชั่งใจในการแก้ไขเรื่องต่างๆที่เข้ามาผจญ ทำให้จิตใจมั่นคง เมื่อจิตใจมั่นคงแล้ว การจะแก้ไขปัญหาไม่ว่าในภาวะการณ์ใดๆย่อมทำลงไปอย่างรอบคอบเสมอ

๑๐. บทชัยปริตร (มหากา)

มะหาการุณิโก นาโถ หิตายะ สัพพะปาณินัง

ปูเรตวา ปาระมี สัพพา ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โหตุ เม ชะยะมังคะลัง

ชะยันโต โพธิยา มูเล สักยานัง นันทิวัฑฒะโน

เอวัง อะหัง วิชะโย โหมิ ชะยามิ ชะยะมังคะเล

อะปะราชิตะปัลลังเก สีเส ปะฐะวิโปกขะเร

อะภิเสเก สัพพะพุทธานัง อัคคัปปัตโต ปะโมทะติ.

สุนักขัตตัง สุมังคะลัง สุปะภาตัง สุหุฏฐิตัง

สุขะโณ สุมุหุตโต จะ สุยิฏฐัง พรัหมะ จาริสุ

ปะทักขิณัง กายะกัมมัง วาจากัมมัง ปะทักขิณัง

ปะทักขิณัง มะโนกัมมัง ปะณิธี เม ปะทักขิณา

ปะทักขิณานิ กัตวานะ ละภันตัตเถ ปะทักขิเณ.

คำแปลภาษาไทย

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสรรพสัตว์ทรงประกอบด้วยพระมหากรุณา ทรงบำเพ็ญพระบารมีทั้งปวง เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่สรรพสัตว์ ทรงบรรลุพระสัมโพธิญาณอันสูงสุด ด้วยการกล่าวสัจจวาจานี้ ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ข้าพเจ้า

ขอข้าพเจ้าจงมีชัยชนะในชัยมงคลพิธี ดุจพระจอมมุนีผู้ยังความปีติยินดีให้เพิ่มพูนแก่ชาวศากยะ ทรงมีชัยชนะมาร ณ โคนต้นมหาโพธิ์ทรงถึงความเป็นเลิศยอดเยี่ยม ทรงปีติปราโมทย์อยู่เหนืออชิตบัลลังก์อันไม่รู้พ่าย ณ โปกขรปฐพี อันเป็นที่อภิเษกของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ฉะนั้นเถิด เวลาที่กำหนดไว้ดี งานมงคลดี รุ่งแจ้งดี ความพยายามดี ชั่วขณะหนึ่งดี ชั่วครู่หนึ่งดี การบูชาดี แด่พระสงฆ์ผู้บริสุทธิ์ กายกรรมอันเป็นกุศล วจีกรรมอันเป็นกุศล มโนกรรมอันเป็นกุศล ความปรารถนาดีอันเป็นกุศล ผู้ได้ประพฤติกรรมอันเป็นกุศล ย่อมประสบความสุขโชคดี เทอญ

ขอสรรพมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้า ขอเหล่าเทพยดาทั้งปวงจงรักษาข้าพเจ้า ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้า ขอความสุขสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ข้าพเจ้าทุกเมื่อ

ขอสรรพมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้า ขอเหล่าเทพยดาทั้งปวงจงรักษาข้าพเจ้า ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม ขอความสุขสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ข้าพเจ้าทุกเมื่อ

ขอสรรพมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้า ขอเหล่าเทพยดาทั้งปวงจงรักษาข้าพเจ้า ด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์ ขอความสุขสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ข้าพเจ้าทุกเมื่อ

หมายเหตุ: หากสวดให้ผู้อื่น เปลี่ยน "เม" เป็น "เต" และ เปลี่ยน "อะหัง วิชิโย โหมิ ชะยามิ" เป็น "ตวัง วิชิโย โหหิ ชะยัสสุ" ส่วน "พรัหมะ" อ่านว่า พะ-รัม-มะ

บทชัยปริตร (มหากา) มีอานุภาพทางด้านเมตตามหานิยม ใช้สวดเอาฤกษ์เอาชัยในการทำบุญเพื่อให้เกิดความผาสุกแก่ตนเองและครอบครัว เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของกิจการงานที่ทำ

๑๑. สัพพมงคลคาถา

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา

สัพพะพุทธานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา

สัพพะธัมมานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม

ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา

สัพพะสังฆานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม .

คำแปลภาษาไทย

ขอสรรพมงคล จงมีแก่ท่าน ขอเหล่าเทวดาทั้งปวงจงรักษาท่าน

ด้วยอานุภาพ แห่งพระพุทธเจ้าทั้งปวง ขอความสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ท่านทุกเมื่อ

ขอสรรพมงคล จงมีแก่ท่าน ขอเหล่าเทวดาทั้งปวงจงรักษาท่าน

ด้วยอานุภาพ แห่งพระธรรมทั้งปวง ขอความสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ท่านทุกเมื่อ

ขอสรรพมงคล จงมีแก่ท่าน ขอเหล่าเทวดาทั้งปวงจงรักษาท่าน

ด้วยอานุภาพ แห่งพระสงฆ์ทั้งปวง ขอความสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ท่านทุกเมื่อ

หมายเหตุ: หากสวดให้ผู้อื่น เปลี่ยน "เม" เป็น "เต" ทุกแห่ง

บทสัพพะมงคลคาถา เป็นบทสวดมนต์ภาวนาขออานุภาพของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ให้อำนวยสิ่งที่เป็นมงคลแก่ตน

๑๒. บทอิติปิ โส เท่าอายุ + ๑

อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ

วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร

ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ.

คำแปลภาษาไทย

พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น เป็นผู้ไกลจากกิเลส เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ (ความรู้และความประพฤติ) เป็นผู้เสด็จไปดีแล้ว (คือ ไปที่ใดยังประโยชน์ให้ที่นั้น) เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้อย่างไม่มีใครยิ่งไปกว่า เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม เป็นผู้มีความจำเริญ จำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์.

§การสวดบทพระพุทธคุณสามารถสะเดาะเคราะห์แก้กรรมได้ ดังที่หลวงพ่อจรัญท่านกล่าวไว้ว่า "พระพุทธคุณ อาตมาสังเกตมาว่า บางคนเขาไปหาหมอดู เคราะห์ร้ายก็ต้องสะเดาะเคราะห์ อาตมาก็มาดูเหตุการณ์ โชคลางไม่ดี ก็เป็นความจริงของหมอดู อาตมาก็ตั้งตำราขึ้นมาด้วยสติบอกว่า โยมไปสวดพุทธคุณเท่าอายุให้เกินกว่า ๑ ให้ได้ เพื่อให้สติดี เท่าที่ใช้ได้ผล สวดตั้งแต่ ข้อที่ ๓. จนถึง ข้อที่ ๑๐ คือบทนอบน้อมพระพุทธเจ้า จนถึงบทชัยปริตร(มหากา)จบแล้วย้อนกลับมาข้างต้น เอาพุทธคุณห้องเดียว(ข้อที่ ๖) ห้องละ ๑ จบ ต่อ ๑ อายุ เช่น อายุ ๓๗ ให้สวด ๓๘ หรือ อายุ ๕๐ สวด ๕๑ ก็ได้ผล" และบางตำราท่านกล่าวไว้ว่า หากสามารถสวดได้ถึง ๑๐๘ จะยิ่งส่งผลดียิ่งๆขึ้น

©2016 •田名栗ッ Thanks Visitors to Thailand

คาถาชินบัญชร

๑๓. พระคาถาชินบัญชร

photo
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)
ขนาดอักษร + เพิ่มขึ้น | + เล็กลง

โดย สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)

ผู้ใดสวดภาวนาพระคาถานี้เป็นประจำสม่ำเสมอ จะทำให้เกิดความสิริมงคลแก่ตนเอง ศัตรูไม่กล้ากล้ำกราย มีเมตตามหานิยม ขจัดภัยตลอดจนคุณไสยต่างๆ

ก่อนสวดเจริญภาวนาให้กล่าวคำนอบน้อมพระพุทธเจ้า นะโมฯ ๓ จบ แล้วระลึกถึงพระคุณของเจ้าประคุณสมเด็จฯ ด้วยคาถาต่อไปนี้

ปุตตะกาโม ละเภ ปุตตัง ธะนะกาโม ละเภ ธะนัง

อัตถิ กาเย กายะญายะ เทวานัง ปิยะตัง สุตะวาฯ

อิติปิ โส ภะคะวา ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ

มะระณัง สุขัง อะระหัง สุคะโต นะโม พุทธายะฯ

โตเสนโต วะระธัมเมนะ โตสัฏฐาเน สิเว วะเร

โตสัง อะกาสิ ชันตูนัง โตละจิตตัง นะมามิหังฯ

๑. ชะยาสะนาคะตา พุทธา เชตะวา มารัง สะวาหะนัง จะตุสัจจาสะภัง ระสัง เย ปิวิงสุ นะราสะภา

๒. ตัณหังกะราทะโย พุทธา อัฏฐะวีสะติ นายะกา สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง มัตถะเก เต มุนิสสะรา

๓. สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง อุเร สัพพะคุณากะโร

๔. หะทะเย เม อะนุรุทโธ สารีปุตโต จะ ทักขิเณ โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง โมคคัลลาโน จะ วามะเก

๕. ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง อาสุง อานันทะราหุลา กัสสะโป จะ มะหานาโม อุภาสุง วามะโสตะเก

๖. เกสันเต ปิฏฐิภาคัสมิง สุริโยวะ ปะภังกะโร นิสินโน สิริสัมปันโน โสภิโต มุนิ ปุงคะโว

๗. กุมาระกัสสะโป เถโร มะเหสี จิตตะวาทะโก โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง ปะติฏฐาสิ คุณากะโร

๘. ปุณโณ อังคุลิมาโล จะ อุปาลี นันทะสีวะลี เถรา ปัญจะ อิเม ชาตา นะลาเฏ ติละกา มะมะ

๙. เสสาสีติ มะหาเถรา วิชิตา ชินะสาวะกา เอตาสีติ มะหาเถรา ชิตะวันโต ชิโนระสา ชะลันตา สีละเตเชนะ อังคะมังเคสุ สัณฐิตา

๑๐. ระตะนัง ปุระโต อาสิ ทักขิเณ เมตตะสุตตะกัง ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ วาเม อังคุลิมาละกัง

๑๑. ขันธะโมระปะริตตัญจะ อาฏานาฏิยะสุตตะกัง อากาเส ฉะทะนัง อาสิ เสสา ปาการะสัณฐิตา

๑๒. ชินาณา วะระสังยุตตา สัตตัปปาการะลังกะตา วาตะปิตตาทิสัญชาตา พาหิรัชฌัตตุปัททะวา

๑๓. อะเสสา วินะยัง ยันตุ อะนันตะชินะเตชะสา วะสะโต เม สะกิจเจนะ สะทา สัมพุทธะปัญชะเร

๑๔. ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ วิหะรันตัง มะหีตะเล สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ เต มะหาปุริสาสะภา

๑๕. อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโข ชินานุภาเวนะ ชิตูปัททะโว ธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโค สังฆานุภาเวนะ ชิตันตะราโย สัทธัมมานุภาวะปาลิโต จะรามิ ชินะปัญชะเรติฯ

คำแปลภาษาไทย

พระพุทธเจ้าและพระนราสภาทั้งหลายผู้ประทับนั่งแล้วบนชัยบัลลังก์ ทรงพิชิตพระยามาราธิราช ผู้พรั่งพร้อมด้วยเสนาราชพาหนะแล้ว เสวยอมตรสคือ อริยสัจธรรมทั้งสี่ประการ เป็นผู้นำสรรพสัตว์ให้ข้ามพ้นจากกิเลสและกองทุกข์.

ขอให้พระพุทธนราสภาจอมมุนีนายกทั้ง ๒๘ พระองค์ มีพระพุทธเจ้าพระนามว่าตัณหังกร เป็นอาทิ บรรดาที่ประทับนั่งเหนืออาสนะชัยทรงชนะมารพร้อมด้วยพาหนะ ได้ดื่มรส คือ จตุสัจธรรมอันประเสริฐ จงมาประดิษฐานอยู่ ณ เบื้องกระหม่อมของข้าพเจ้า.

ข้าพระพุทธเจ้าขออัญเชิญองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาประดิษฐานอยู่เหนือเศียรเกล้า พระธรรมอยู่ที่ดวงตาทั้งสองพระสงฆ์ผู้เป็นอากรบ่อเกิดแห่งสรรพคุณอยู่ที่อก.

ขอให้พระอนุรุทธเถระ จงมาประดิษฐานอยู่ที่ดวงหทัยแห่งข้าพเจ้าพระสารีบุตร จงมาประดิษฐานอยู่ ณ เบื้องขวา พระโกณฑัญญะ จงมาอยู่ ณ เบื้องหลัง และพระโมคคัลลานะ จงมาอยู่ ณ เบื้องซ้าย.

ขอให้พระอานนท์และพระราหุล จงอยู่ ณ โสตเบื้องขวา พระกัสสปะและพระมหานามะทั้งสององค์จงอยู่ ณ โสตเบื้องซ้าย.

ขอให้พระโสภิตะจอมมุนี ผู้สมบูรณ์ด้วยสิริดังพระอาทิตย์ส่องแสงอยู่ที่ทุกเส้นขน ตลอดร่างทั้งข้างหน้าและข้างหลัง.

ขอให้พระกุมารกัสสปะเถระ ผู้มีวาทะอันไพเราะวิจิตรเป็นบ่อเกิดแห่งคุณงามความดีอันยิ่งใหญ่ จงมาประดิษฐานอยู่ที่ปาก (วทเน) แห่งข้าพเจ้าเป็นเนืองนิจ.

ขอให้พระเถระ คือ พระปุณณะ พระองคุลิมาล พระอุบาลี พระนันทะ และพระสิวลี พระเถระทั้ง ๕ องค์นี้ จงเกิดเป็นประดุจต่อมไฝ หรือรอยเจิมที่หน้าผาก (นลาฏ) แห่งข้าพเจ้า.

ขอให้พระอิสีติมหาเถระที่เหลือ ผู้พิชิตชนะมารผู้เป็นพระสาวกแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ทรงชัย แต่ละองค์ซึ่งล้วนรุ่งโรจน์อยู่ด้วยเดชแห่งศีลนั้น จงมาสถิตอยู่ที่อวัยวะน้อยใหญ่ (แห่งข้าพเจ้า).

ขอพระรัตนตรัยสูตรจงอยู่เบื้องหน้า พระเมตตาสูตรจงอยู่เบื้องขวา พระธชัคคสูตรจงอยู่เบื้องหลัง พระองคุลีมาลสูตรจงอยู่เบื้องซ้าย.

ขอพระขันธปริตร พระโมรปริตร และพระอาฏานาฏิยสูตร จงเป็นเครื่องกางกั้นดุจหลังคาอยู่บนนภากาศ.

ขอบรรดาพระสูตรอันประเสริฐต่างๆ ของพระชินเจ้าทั้งหลาย นอกจากที่ได้กล่าวมาแล้วนี้ ผู้ประกอบพร้อมด้วยกำลังนานาชนิดมีศีลาทิคุณอันมั่นคง คือสัตตะปราการเป็นอารมณ์มาตั้งล้อมเป็นกำแพงคุ้มครองเจ็ดชั้น.

ด้วยเดชานุภาพแห่งพระอนันตชินเจ้าไม่ว่าจะทำกิจการใดๆ เมื่อข้าพระพุทธเจ้าเข้าอาศัยอยู่ในพระบัญชรแวดวงกรงล้อมแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอโรคอุปัทวะทุกข์ทั้งภายนอกและภายใน อันเกิดแต่โรคร้าย คือโรคลมหรือโรคดีเป็นต้นเป็นสมุฏฐานจงกำจัดให้พินาศไปอย่าได้เหลือ.

ขอพระมหาบุรุษผู้ทรงพระคุณอันล้ำเลิศทั้งปวงนั้นจงอภิบาลข้าพระพุทธเจ้า ผู้อยู่ในภาคพื้นท่ามกลางพระชินบัญชร ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการคุ้มครองปกป้องรักษาภายในเป็นอันดีฉะนี้แล้ว.

ข้าพระพุทธเจ้า ได้รับการอภิบาลด้วยคุณานุภาพแห่งสัทธรรมแล้วนี้ จึงชนะเสียได้ซึ่งอุปัทวะอันตรายใดๆด้วยอานุภาพแห่งพระชินะพุทธเจ้า ชนะข้าศึกศัตรูด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม ชนะอันตรายทั้งปวงด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์ ขอข้าพระพุทธเจ้าจงได้ปฏิบัติและรักษาดำเนินไปโดยสวัสดีเป็นนิจนิรันดร์ เทอญฯ.

หมายเหตุ: "มะหีตะเล" อ่านว่า มะ-ฮี-ตะ-เล

©2016 •田名栗ッ Thanks Visitors to Thailand

คาถาบูชาดวงชะตา

๑๔. คาถาบูชาดวงชะตา

photo
สมเด็จพระพนรัตน์ (วัดป่าแก้ว--วัดใหญ่ไชยมงคล)
ขนาดอักษร + เพิ่มขึ้น | + เล็กลง

สมเด็จพระพนรัตน์, หลวงพ่อเดิม และหลวงปู่โง่น

"ดวงตก ชะตาไม่ดี เงินทองไม่พอใช้ ราหูเข้าพระเสาร์แทรก" คำจำพวกนี้พระอาจารย์ท่านกล่าวไว้ว่าจงอย่าเชื่อและฟังคำทักท้วงเหล่านั้นจากบุคคลอื่น มันจะทำให้จิตเราตกเมื่อจิตเราตกสิ่งที่ไม่ดีต่างๆนานาจากคำพูดที่บุคลลอื่นทักเราไว้ มันจะเข้ามาทำลายจิตใจของเราได้อย่างง่ายดาย สุดท้ายก็ต้องเสียเงินเสียทองมากขึ้นเพื่อเฟ้นหาสถานที่และแสวงหาพิธีกรรมต่างๆเพื่อมาสะเดาะเคราะห์

หากแต่ท่านทราบไหมว่ามีคาถาอยู่บทหนึ่ง ซึ่งมีอานุภาพอย่างล้นพ้นในการคุ้มครองดวงชะตาให้ชีวิตพลิกฟื้นดีขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ โดยที่ท่านไม่ต้องไปสะเดาะเคราะห์ในสถานที่ใดๆทั้งสิ้น เพียงแค่ตั้งจิตสวดคาถาบทนี้อยู่ที่บ้านอย่างเนืองนิตย์ท่านจะดวงดี มั่งมีศรีสุข เกิดลาภผล เทวดาจะปกป้องกันภัยให้เหนืออริศัตรู

ก่อนสวดเจริญภาวนาคาถาบูชาดวงชะตา ให้กล่าวคำนอบน้อมพระพุทธเจ้า ท่องนะโมฯ ๓ จบ แล้วตามด้วยคาถาดังต่อไปนี้

นะโม เม สัพพะเทวานัง สัพพะคะระหะ จะ เทวานัง สุริยัญจะ ปะมุญจะถะ สะสิ ภุมโม จะ เทวานัง

วุโธ ลาภัง ภะวิสสะติ ชีโว สุกะโร จะ มะหาลาภัง โสโร ราหูเกตุ จะ มะหาลาภัง

สัพพะ ภะยัง วินาสสันติ สัพพะ ทุกขัง วินาสสันติ สัพพะ โรคัง วินาสสันติ ลักขะณา อะหัง วันทามิ

สัพพะทาสัพพะเทวา มัง ปาละยันตุ สัพพะทา เอเตนะ มังคะละเตเชนะ สัพพะโสตถี ภะวันตุเมฯ

โดยให้สวดตามกำลังวันจากคำบอกกล่าวของ"หลวงปู่โง่น โสรโย" แห่งวัดพระพุทธบาทเขารวก อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร เพื่อมีอานุภาพเหนืออริศัตรู เทวดาผู้เป็นใหญ่จะช่วยปกป้องคุ้มกันภัย และบันดาลความสงบสุขร่มเย็นแก่ผู้สวด ตลอดจนเกิดลาภผลมั่งมีศรีสุข ดังนี้

•วันจันทร์ สวด ๑๕ จบ •วันอังคาร สวด ๘ จบ •วันพุธ สวด ๑๗ จบ •วันพฤหัสบดี สวด ๑๔ จบ •วันศุกร์ สวด ๒๑ จบ •วันเสาร์ สวด ๑๐ จบ •วันอาทิตย์สวด ๖ จบ

©2016 •田名栗ッ Thanks Visitors to Thailand

แผ่เมตตา
ขออโหสิกรรม

๑๕. บทแผ่เมตตาแก่ตนเอง

ขนาดอักษร + เพิ่มขึ้น | + เล็กลง

อะหัง สุขิโต โหมิ, ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข,

นิททุกโข โหมิ, ปราศจากความทุกข์,

อะเวโร โหมิ, ปราศจากเวร,

อัพยาปัชโฌ โหมิ, ปราศจากอุปสรรคอันตรายทั้งปวง,

อะนีโฆ โหมิ, ปราศจากความทุกข์กาย ทุกข์ใจ,

สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ. มีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด

๑๖. บทแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์

photo
ค่างแว่นถิ่นใต้ •กองบิน5 ประจวบฯ

สัพเพ สัตตา, สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิดแก่เจ็บตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น

อะเวรา โหนตุ, จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรต่อกันและกันเลย

อัพยาปัชฌา โหนตุ, จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย,

อะนีฆา โหนตุ, จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย,

สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ. จงมีความสุขกาย สุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด.

๑๗. บทแผ่ส่วนกุศล

อิทัง เม มาตาปิตูนัง โหตุ, สุขิตา โหนตุ มาตาปิตะโร, ขอส่วนบุญนี้ จงสำเร็จแก่มารดาบิดาของข้าพเจ้า ขอให้มารดาบิดาของข้าพเจ้ามีความสุข,

อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ, สุขิตา โหนตุ ญาตะโย, ขอส่วนบุญนี้ จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า ขอให้ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้ามีความสุข,

อิทัง เม คุรุปัชฌายาจะริยานัง โหตุ, สุขิตา โหนตุ คะรุปัชฌายาจะริยา, ขอส่วนบุญนี้ จงสำเร็จแก่ครู อุปัชฌาย์และอาจารย์ของข้าพเจ้า ขอให้ครู อุปัชฌาย์และอาจารย์ของข้าพเจ้ามีความสุข,

อิทัง เม สัพพะเทวะตานัง โหตุ, สุขิตา โหนตุ สัพเพ เทวา, ขอส่วนบุญนี้ จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลาย ขอให้เทวดาทั้งหลายมีความสุข,

อิทัง สัพพะเปตานัง โหตุ, สุขิตา โหนตุ สัพเพ เปตา, ขอส่วนบุญนี้ จงสำเร็จแก่เปรตทั้งหลาย ขอให้เปรตทั้งหลายมีความสุข,

อิทัง สัพพะเวรีนัง โหตุ, สุขิตา โหนตุ สัพเพ เวรี, ขอส่วนบุญนี้ จงสำเร็จแก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายมีความสุข,

อิทัง สัพพะสัตตานัง โหตุ, สุขิตา โหนตุ สัพเพ สัตตา. ขอส่วนบุญนี้ จงสำเร็จแก่สัตว์ทั้งหลาย ขอให้สัตว์ทั้งหลายมีความสุขทั่วหน้ากันเทอญ.

๑๘. บทอธิษฐานอโหสิกรรม

กรรมใดๆ ที่ข้าพเจ้าได้ทำล่วงเกินแก่ผู้ใด โดยตั้งใจก็ดี ไม่ได้ตั้งใจก็ดี จงยกโทษให้เป็นอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้า อย่าได้จองเวรจองกรรมต่อกันอีกเลย

แม้แต่กรรมใดที่ใครๆ ทำแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมนั้นให้ทั้งสิ้น ยกถวายพระพุทธเจ้าเป็นอภัยทาน ขอจงดลใจให้เขาเหล่านั้นมีเมตตาจิต คิดเป็นมิตรกับข้าพเจ้า เพื่อจะได้ไม่มีเวรกรรมต่อกันตลอดไป

ด้วยอานิสงส์แห่งอภัยทานนี้ ขอให้ข้าพเจ้าและครอบครัวญาติมิตร พ้นจากความทุกข์ยากลำบากเข็ญใจ ปรารถนาสิ่งใดอันเป็นไปโดยธรรม ขอให้สิ่งนั้นจงพลันสำเร็จเทอญ นิพพานะปัจจะโย โหตุ.

๑๙. บทกรวดน้ำให้เจ้ากรรมนายเวร

กัมมะโน กัตถาโน กัมมะปัจเจกะพุทโธ พุทธัง ทั่วจักกะวาฬัง ธัมมัง ทั่วจักกะวาฬัง สังฆัง ทั่วจักกะวาฬัง อะโหสิกัมมัง.

ข้าพเจ้าขออุทิศบุญกุศลจากการสวดพระพุทธมนต์พระพุทธคุณนี้ ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ที่ได้เคยล่วงเกินท่านไว้ตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบันชาติ ไม่ว่าจะอยู่ภพใดหรือภูมิใด ขอให้ท่านได้รับผลบุญนี้ ท่านที่มีความทุกข์ ขอให้ได้พ้นจากทุกข์ ท่านที่มีความสุข ขอให้มีความสุขยิ่งๆขึ้นไป

เมื่อเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ได้รับกุศลผลบุญที่ข้าพเจ้าตั้งจิตอุทิศให้นี้แล้ว โปรดอนุโมทนาบุญแก่ข้าพเจ้า ให้ถึงซึ่งความเป็นผู้พ้นทุกข์ ด้วยอำนาจบุญที่อุทิศให้นี้ด้วยเทอญ

©2016 •田名栗ッ Thanks Visitors to Thailand

เจริญกรรมฐาน

๒๐. เจริญกรรมฐานหลังการสวดมนต์

ขนาดอักษร + เพิ่มขึ้น | + เล็กลง

หลังการสวดมนต์ ควรเจริญสมาธิภาวนาที่เรียกกันว่า เจริญกรรมฐานเพื่อให้จิตใจสงบ มีพลัง เป็นประโยชน์ในปัจจุบัน คือ ทำให้ใจสบาย คลายทุกข์ หนักแน่น มั่นคง อารมณ์แจ่มใจ ความจำดี ทำงานมีประสิทธิภาพ สุขภาพดี นอนหลับสบาย เรียนหนังสือเก่ง ที่สำคัญคือได้บุญมาก

การนั่งสมาธิเพื่อเจริญกรรมฐาน พระเดชพระคุณหลวงพ่อจรัญ ท่านสอนวิธีปฏิบัติดังนี้

"ให้นั่งขัดสมาธิ คือ ขาขวาทับขาซ้าย นั่งตัวตรง หลับตา เอาสติมาจับอยู่ที่สะดือที่ท้องพองยุบ เวลาหายใจเข้าท้องพอง กำหนดว่า พอง-หนอ ใจนึกกับท้องที่พองต้องให้ทันกัน อย่าให้ก่อนหรือหลังกัน ต้องทัน"

ข้อสำคัญ ให้สติจับที่พอง-ยุบเท่านั้น อย่าดูลมที่จมูก อย่าตะเบ็งท้อง ให้มีความรู้สึกตามความเป็นจริงว่าท้องพองไปข้างหน้า ท้องยุบมาข้างหลัง อย่าให้เห็นเป็นไปว่าท้องพองขึ้นข้างบน ท้องยุบลงข้างล่าง ให้กำหนดเช่นนี้ตลอดไปจนกว่าจะถึงเวลาที่กำหนด

๒๐. บทอธิษฐานจิต

"ข้าพเจ้า (กล่าวชื่อ-นามสกุล) ซึ่งได้บำเพ็ญบุญกุศลด้วยการสวดมนต์ในครั้งนี้ ขออราธนาพระบารมีทั้งปวง พระพุทธานุภาพ พระธรรมานุภาพ พระสังฆานุภาพ โปรดอภิบาลคุ้มครองให้ข้าพเจ้าหายจากสรรพทุกข์โศกโรคภัย สรรพเคราะห์เสนียดจัญไรทั้งหลายในกายของข้าพเจ้า จงหายไปสิ้นทั้งหมด

ขอให้ข้าพเจ้าเป็นผู้ชนะต่ออุปสรรคและศัตรูหมู่มารทั้งหลาย ขอให้การประกอบอาชีพของข้าพเจ้าประสบความสำเร็จเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าตลอดไป

ขอให้ข้าพเจ้าและครอบครัวประสบความสุขความเจริญ ตามที่ปรารถนาทุกประการ หากข้าพเจ้ายังไม่ถึงซึ่งนิพพาน ขอให้ข้าพเจ้าได้ไปเกิดในตระกูลที่ดี เป็นผู้มีธรรมะบริสุทธิ์ พบพระพุทธศาสนาไปทุกภพทุกชาติ ตราบเท่าถึงพระนิพพานในอนาคตกาลเบื้องหน้าโน้นเทอญ"

©2016 •田名栗ッ Thanks Visitors to Thailand

กัลยญาณมิตร

ขนาดอักษร + เพิ่มขึ้น | + เล็กลง

อานิสงส์ แห่งการชักชวนผู้อื่นถวายทาน

"ดูก่อนอุบาสกอุบาสิกาทั้งหลาย บุคคลใดถวายทานด้วยตัวเอง แต่ไม่ชักชวนผู้อื่นให้ถวายทานด้วย บุคคลนั้นเมื่อตายไปแล้วไม่ว่าจะเกิดที่ใด ย่อมได้ซึ่งโภคสมบัติ (ความร่ำรวย) แต่จักไม่ได้ซึ่งบริวารสมบัติ (มิตรสหาย, บริวาร)

บุคคลใดชักชวนผู้อื่นให้ถวายทาน แต่ตนเองกลับไม่ถวาย บุคคลนั้นเมื่อตายไปแล้วไม่ว่าจะเกิด ย่อมได้ซึ่งบริวารสมบัติ (มากด้วยมิตรสหาย, บริวาร) แต่จักไม่ได้ซึ่งโภคสมบัติ (มีความยากจน)

บุคคลใดตนเองก็ไม่ถวายทานด้วย แม้คนอื่นก็ไม่ได้ชักชวนด้วย บุคคลนั้นเมื่อตายไปเกิดในที่ใดๆ ย่อมไม่ได้แม้สักว่าข้าวปลายเกรียน (ข้าวสารหัก) พออิ่มท้อง เขาย่อมเป็นคนอนาถา หาที่พึ่งไม่ได้

บุคคลใดถวายทานด้วยตนเองด้วย ชักชวนผู้อื่นให้ถวายทานด้วย บุคคลนั้นเมื่อตายไปเกิดในที่ใดๆ ย่อมได้ทั้งโภคสมบัติ (ความร่ำรวย) ทั้งบริวารสมบัติ (มิตรสหาย, บริวาร) สิ้นร้อยชาติบ้าง พันชาติบ้าง แสนชาติบ้าง" โอวาทธรรมของ พระสารีบุตรเถระ ซึ่งถอดความจาก พระสูตรและอรรถกถาแปล ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย: ๒๕๒๕ เล่มที่ ๔๐ หน้า ๑๐๘

รายนามผู้ร่วมอานิสงส์จัดทำสื่อธรรมะดิจิทัลแจกเป็นธรรมทาน

©2016 •田名栗ッ Thanks Visitors to Thailand